ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ยังเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด คาดจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมทั่วประเทศพุ่งกว่า 610,000 หน่วย สูงเกือบ 2 เท่าของยอดโอนกรรมสิทธิ์ จากแรงขายบ้านมือสองที่เร่งตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าปี 2569 คาดที่อยู่อาศัยรอขายสะสมทั่วประเทศมีจำนวนสูงกว่า 6 แสนหน่วย โดยตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะความไม่สมดุลระหว่างจำนวนที่อยู่อาศัยรอขาย (ที่อยู่อาศัยใหม่และที่อยู่อาศัยมือสอง) สะสมในตลาดทั่วประเทศเร่งตัวสูงขึ้น สวนทางกับความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวและมีแนวโน้มยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน
ทั้งนี้ปัจจุบันจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเกือบ 2 เท่า ทำให้การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยสูงขึ้น และเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคมีอำนาจในการเลือกซื้อมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ความผันผวนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังคงเปราะบาง ถือเป็นปัจจัยกดดันต่อการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด ยอดขาย และผลประกอบการของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
สำหรับในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่อยู่อาศัยรอขายทั่วประเทศมีจำนวนสูงถึง 5.9 แสนหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 7% (YoY) การเพิ่มขึ้นมาจากที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายมากขึ้น ซึ่งมาจากบุคคลธรรมดาที่ต้องการปรับลดการถือครองทรัพย์สิน สถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่นำทรัพย์ออกมาขายเป็นจำนวนมาก
จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายมีจำนวน 2.4 แสนหน่วย เพิ่มขึ้นสูงถึง 34% (YoY) ขณะที่จำนวนที่อยู่อาศัยใหม่รอขายในพอร์ตของผู้ประกอบการลดลงเล็กน้อย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่ โดยมีจำนวน 3.5 แสนหน่วย ลดลง 6% (YoY) แต่จำนวนยังทรงตัวในระดับสูง
ขณะที่จำนวนที่อยู่อาศัยรอขายกว่าครึ่ง (52%) อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือมีจำนวนกว่า 3.1 แสนหน่วย ส่วนในจังหวัดหัวเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่ มีอยู่อาศัยรอขายสะสมทั้งที่อยู่อาศัยใหม่และมือสองเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ดีกลุ่มที่อยู่อาศัยรอขายสะสมกว่า 60% เป็นที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท หรือมีจำนวน 3.55 แสนหน่วย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่อยู่อาศัยรอขายทั้งที่อยู่อาศัยใหม่และมือสองระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท เร่งตัวขึ้นสูงถึง 48% (YoY) หรือมีจำนวน 4.6 หมื่นหน่วย ซึ่งการเพิ่มขึ้นมาจากที่อยู่อาศัยมือสอง
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการอาจมีทางเลือกการลงทุนที่แคบลงในช่วงข้างหน้า หลังจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการหันมาทำตลาดกลุ่มนี้มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในกลุ่มระดับราคาที่ต่ำกว่า
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้ตลาดจะมีปัจจัยเชิงบวกจากการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนฯ และการจดจำนองที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ทำให้คาดว่า ปี 2569 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศน่าจะโต 2.1% จากปีก่อน (4 เดือนแรกปี 2569 การโอนฯ โต 13.4% (YoY)) ขณะที่ จำนวนที่อยู่อาศัยรอขายทั่วประเทศอาจเพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน หรือมีจำนวนกว่า 6.1 แสนหน่วย จากที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายเพิ่มขึ้น ส่วนที่อยู่อาศัยใหม่ลดลงจากโครงการใหม่เปิดตัวลดลง