ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เร่งเปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง 2569 รับมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ และสัญญาณฟื้นตัวของกำลังซื้อ โดย AP เตรียมเปิด 27 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 32,320 ล้านบาท ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ขณะที่ ASW ทำยอดขายครึ่งปีแรกได้แล้ว 11,847 ล้านบาท หรือ 64% ของเป้าทั้งปี

AP ครึ่งปีหลังผุด 27 โครงการ กว่า 3.2 หมื่นล้าน
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP กล่าวว่า ครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวม 27 โครงการ มูลค่ารวม 32,320 ล้านบาท ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์
โดยโครงการไฮไลต์ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวแบรนด์เซ็นโทร (CENTRO) ทำเล ศรีนครินทร์–บางนา 2, พหลโยธิน–สายไหม และ ทวีวัฒนา 2 สะท้อนการขยายพอร์ตบ้านเดี่ยวบนทำเลศักยภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวที่มองหาบ้านสำหรับการอยู่อาศัยจริง
ส่วนบ้านแฝดบริษัทยังคงความเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาส 3 เตรียมเปิดภายใต้แบรนด์แกรนด์ พลีโน่ (GRANDE PLENO) ทำเลพหลโยธิน–ธูปะเตมีย์ บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 154–224 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท* ขณะที่ทาวน์โฮมแบรนด์บ้านกลางเมือง ศรีนครินทร์–บางนา เป็น ทาวน์โฮม 3 ชั้น สเปซดีไซน์ใหม่ พื้นที่ใช้สอย 134–173 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.79 ล้านบาท* บนทำเลเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เชื่อมต่อโซนศรีนครินทร์–บางนา
รวมถึงคอนโดมิเนียมใหม่ แอสไพร์ สาทร–ตากสิน พรีว่า (ASPIRE Sathorn–Taksin Priva) คอนโดมิเนียม 22 ชั้น ห้องชุด 381 ยูนิต ซึ่งยูนิตน้อยที่สุดในโซนทำเลสาทร–ตากสิน หนึ่งในทำเลฝั่งธนบุรีที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากการเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท*
พร้อมกับการเปิดขายโครงการกู๊ดเดย์ มอร์ บางมด (GOOD DAY More Bangmod) คอนโดมิเนียมแบรนด์น้องใหม่ พื้นที่ใช้สอย 26–38 ตร.ม. ห้องแต่งครบราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท* ใกล้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)
ขณะที่ตลาดต่างจังหวัดยังเดินหน้าขยายแบรนด์ “อภิทาวน์” ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ หาดใหญ่ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี และบุรีรัมย์

ASW 6 เดือนแรกกวาดยอดขายแล้ว 64% ของเป้าหมายทั้งปี
ด้านนายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมียอดขาย 11,847 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 18,500 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อน (Leisure Residence) ในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE โดยเฉพาะโครงการเบียงกาน่า สุรินทร์ มูลค่า 3,200 ล้านบาท ที่มียอดจองแล้วกว่า 70%
สำหรับครึ่งแรกของปี บริษัทเปิดโครงการใหม่แล้ว 5 โครงการ มูลค่ารวม 8,255 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดโครงการใหม่บนทำเลยุทธศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับดีมานด์ที่ยังแข็งแกร่ง
ทั้งนี้นายกรมเชษฐ์ ประเมินว่าครึ่งปีหลังจะได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าซึ่งช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการภาครัฐ รวมถึงการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ การผ่อนปรนเกณฑ์ LTV และการขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่า 38,010 ล้านบาท และเตรียมทยอยโอนโครงการใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ เดอะ ไทเทิล ซีรีนิตี้ ในยาง (The Title Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท และ เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (The Title Heritage Bang-Tao) มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้สำคัญในช่วงไตรมาส 3 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571
อย่างไรก็ดีทั้ง AP และ ASW เห็นตรงกันว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจ แต่การบริหารพอร์ตโครงการที่หลากหลายอย่างมีวินัย การเลือกพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพ และการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละเซ็กเมนต์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569