YLG มองราคาทองคำที่กำลังพักฐานเป็นเพียงการพักระยะสั้นในวัฏจักรขาขึ้นใหญ่ หรือ “Supercycle” ชี้ยังเหลือเวลาอีก 16 ปี แรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก พร้อมแนะนักลงทุนทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าราคาทองคำในระยะนี้ แม้จะเป็นช่วงพักฐาน แต่ในครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้ วงจรขาขึ้นระดับ “ซูเปอร์ไซเคิล (Supercycle)” ซึ่งเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ที่กินเวลาราว 71 ปี อ้างอิงจากผู้คิดทฤษฎีนี้อย่าง Ralph Nelson Elliott
ขณะที่ปัจจุบันทองคำเพิ่งผ่านมา 55 ปีจากจุดเริ่มต้น จึงยังเหลือเวลาอีกราว 16 ปี นั่นแปลว่าในเชิงเวลา ขาขึ้นรอบใหญ่ของทองยังไม่ถึงปลายทาง และการพักตัวที่เราเห็นวันนี้เป็นเพียงการพักคลื่น 4 ของระดับ Cycle ซึ่งเป็นคลื่นภายในของ Supercycle และเมื่อพักจบทองก็จะเข้าสู่ขาขึ้น “คลื่น 5 ระดับ Cycle ของคลื่น 5 ระดับ Supercycle”
ในเชิง Elliott Wave Supercycle จะขับเคลื่อนด้วย “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ของระบบการเงินโลก ไม่ใช่ข่าวหรืออารมณ์ชั่วคราว ต่างจากขาขึ้นทั่วไปตรงที่ขาขึ้นปกติจบเมื่อข่าวจบ โดยจะยกระดับ “ฐานราคา” ขึ้นทั้งระบบในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับทองคำที่มีจุดเริ่มต้นขาขึ้นระดับ Supercycle ในปี 2514 หลังจากประธานาธิบดี Nixon ประกาศยกเลิกมาตรฐานทองคำ ทำให้ทองหลุดจากการถูกตรึงราคา และเริ่มลอยตัวเสรีเป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ หากมองมูลค่าที่แท้จริงของทองคำ เมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อ พบว่า ราคาทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ ในปี 2569 ถือเป็นครั้งแรกที่ราคาเกินจุดสูงสุดของปี 2523 ในเชิงมูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สูงขึ้นตามค่าเงินที่เฟ้อ นี่คือการค้นพบราคาใหม่ (price discovery) ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ และแยก “ขาขึ้นจริง” ออกจาก “ภาพลวงจากเงินเฟ้อ” ได้ชัดเจน
ปัจจัยหลักที่ทำให้ทองคำยังอยู่ในขาขึ้นระดับ Supercycle คือ การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และกระแส De-dollarization ปัจจัยหนี้สาธารณะ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงเงินเฟ้อ เมื่อปัจจัยบวกเกิดขึ้นพร้อมกันรอบการขึ้นของราคาทองจึงกว้างและลึกกว่าทุกช่วงในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่ปัจจัยที่มีผลมากที่สุด คือ การเข้าซื้อของธนาคารกลาง และ de-dollarization หรือลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์
สำหรับความต่อเนื่องของการซื้อทองคำจากธนาคารกลางยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่นั้น ล่าสุด ในไตรมาสแรกปีนี้พบแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกยังแข็งแกร่ง ซื้อสุทธิประมาณ 244 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าทั้งไตรมาสก่อนหน้าและสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี
ขณะเดียวกันผลสำรวจล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) สอบถามธนาคารกลาง 76 แห่งทั่วโลกระหว่างเดือนก.พ.-พ.ค.ปีนี้ ผลออกมาว่า 89% ของธนาคารกลางเชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ส่วนที่เหลือราว 11% มองว่าจะทรงตัว และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีธนาคารกลางแม้แต่แห่งเดียวที่คาดว่าทองคำสำรองทั่วโลกจะลดลง
ส่วนแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำนั้น แม้ในระยะกลาง YLG และ World Gold Council มองตรงกันว่ามีโอกาสพักฐานในกรอบโซน 3,900 – 3,500 ดอลลาร์
ทั้งนี้ YLG มองว่ากลยุทธ์ที่เหมาะที่สุดคือการทยอยสะสมเป็นไม้ ๆ ในจังหวะย่อ โดยใช้แนวรับสำคัญเป็นจุดอ้างอิงโซน 3,966-3,900 ดอลลาร์ และหากลงลึกกว่านั้นในโซน 3,624-3,500 ดอลลาร์ ก็เป็นจังหวะเพิ่มน้ำหนักสะสมได้ ตราบใดที่โครงสร้างขาขึ้นใหญ่ยังไม่เสีย
ประเมินแนวต้านแรกไว้ที่ 4,382-4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากไม่ผ่านจะยังอยู่ในชุด Correction (ปรับฐาน) แต่หากหากทะลุผ่านแนวดังกล่าวได้ มองขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 5,260-4,890 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นด่านสำคัญของภาพใหญ่ในปีนี้
นอกจากนี้ วายแอลจียังมีบริการซื้อขาย Gold Spot และ Silver Spot ผ่าน YLG Futures เปิดให้บริการเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือ Ultra High Net Worth Investors (UHNW) ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดเท่านั้น