พาณิชย์ แจงทุเรียนไทยราคาดิ่ง เหตุจีนเบรกนำเข้าหลังเจอผลอ่อน -ลุยดูดซับผลผลิต 1.5หมื่นตัน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปี 2569 ภาคใต้มีผลผลิตทุเรียนรวมประมาณ 752,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 30% ปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 35% หรือกว่า 260,000 ตัน และยังเหลือผลผลิตอีกประมาณ 490,000 ตันที่ต้องบริหารจัดการในช่วงต่อจากนี้
ราคาทุเรียนภาคใต้ในช่วงต้นฤดูปรับตัวลดลงจากหลายปัจจัย ทั้งการชะลอตัวของตลาดจีน ผลไม้ภายในประเทศจีนที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น การแข่งขันจากทุเรียนประเทศคู่แข่ง ตลอดจนทุเรียนจากแหล่งผลิตอื่นของไทยที่ออกสู่ตลาดในช่วงใกล้เคียงกัน เช่น อุตรดิตถ์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมา
อีกปัจจัยสำคัญคือปัญหาคุณภาพ โดยมีทุเรียนบางล็อตส่งเข้าไปยังจีนแล้วพบว่าเป็นทุเรียนอ่อน ส่งผลให้ผู้ซื้อจีนชะลอการสั่งซื้อ จึงจำเป็นต้องยกระดับการควบคุมคุณภาพตั้งแต่สวน ล้ง ไปจนถึงการส่งออกทุเรียนไทยยังแข่งขันได้ แต่หัวใจสำคัญคือคุณภาพ โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์เนื้อแป้งที่กำหนดไว้ 32% หากเกษตรกรสามารถตัดที่ระดับ 34-36% เมื่อถึงตลาดปลายทางรสชาติจะดีขึ้น และมีโอกาสขายได้ราคาสูงขึ้น
สำหรับแหล่งผลิตสำคัญในภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช และยะลา โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรที่มีผลผลิตมากกว่า 300,000 ตัน และออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 60% หากสามารถบริหารจัดการผลผลิตจากชุมพรได้ดี จะช่วยลดแรงกดดันต่อผลผลิตจากจังหวัดอื่นที่จะทยอยออกตามมา
เร่งดูดซับผลไม้ใต้ 3 แสนตัน
นายวิทยากรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์วางแผนบริหารจัดการและดูดซับผลไม้ภาคใต้รวมประมาณ 300,000 ตัน ครอบคลุมทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง โดยทุเรียนยังเป็นผลผลิตหลักที่ต้องเร่งบริหารจัดการที่ผ่านมาได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุเรียนใต้แล้วมากกว่า 3,700 ตัน พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงไลฟ์คอมเมิร์ซ ซึ่งตั้งเป้าระบายผลผลิตประมาณ 9,000 ตัน
ขณะเดียวกัน จะเชื่อมโยงผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตผ่านตลาดสด ตลาดกลาง ห้างโมเดิร์นเทรด และห้างท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยตั้งเป้ากระจายผลผลิตมากกว่า 200,000 ตัน พร้อมเปิดจุดจำหน่ายและสนับสนุนกล่องไปรษณีย์สำหรับการขนส่งสินค้า
กรมการค้าภายในยังได้หารือกับตลาดมรกต ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งหลักในภาคใต้ เพื่อจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้ค้ารายกลางและรายย่อยเข้าซื้อทุเรียนโดยตรง เนื่องจากตลาดดังกล่าวไม่ได้จำหน่ายเฉพาะปริมาณมากระดับ 2-3 ตัน แต่สามารถขายให้แก่ผู้ซื้อทุกขนาด
“แผนดูดซับประมาณ 300,000 ตัน ส่วนใหญ่ไม่ใช่การใช้งบประมาณของรัฐเข้าไปรับซื้อ แต่เป็นการเสริมกลไกตลาด ทั้งการประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงผู้ซื้อ และการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ยังมีความต้องการ” นายวิทยากรกล่าว
ดึง 1.5 หมื่นตันเข้าแปรรูป-แช่แข็ง
สำหรับผลผลิตที่คุณภาพลดลงจากฝนตกชุก การดูแลไม่เต็มที่ หรือมีตำหนิภายนอก กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปรายใหญ่ เพื่อรับซื้อเข้าสู่ระบบแปรรูปและแช่แข็ง ตั้งเป้าดูดซับไม่น้อยกว่า 15,000 ตันผล หรือประมาณ 5,000 ตันเนื้อ
ทุเรียนที่มีตำหนิภายนอกแต่เนื้อภายในยังมีคุณภาพ จะส่งเสริมให้เข้าสู่การบริโภคและแปรรูป โดยเน้นให้ผู้บริโภคพิจารณาคุณภาพเนื้อภายในมากกว่าลักษณะผิวภายนอก ส่วนผลผลิตที่มีปัญหาจากโรค แมลง หรือคุณภาพไม่เหมาะสมกับตลาดผลสด จะนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ทุเรียนภาคใต้แก่นักท่องเที่ยว และเชิญผู้ซื้อจากตลาดเป้าหมาย ทั้งตะวันออกกลางและเอเชียกลาง ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เพื่อทดลองชิม สำรวจคุณภาพ และพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดแต่ละประเทศ
ทุเรียนคุณภาพดีราคาเริ่มฟื้น
นายวิทยากรกล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด ทุเรียนสำหรับส่งออกเริ่มมีปริมาณลดลง เนื่องจากผลผลิตบางส่วนสุกเร็ว ทำให้ราคาทุเรียนคุณภาพดีเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณกิโลกรัมละ 10-15 บาท โดยราคาที่รับซื้อในพื้นที่แตกต่างกันตามเกรดและคุณภาพ
ตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการทุเรียนไทย โดยทุเรียนคุณภาพดีสามารถจำหน่ายในตลาดปลายทางได้ตั้งแต่กล่องละ 400-500 หยวน ไปจนถึง 700-900 หยวน หากผู้ผลิตสามารถรักษาคุณภาพ สร้างแบรนด์ และใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI สร้างความแตกต่างได้
นายวิทยากรย้ำว่า ทุเรียนหมอนทองที่มีการกล่าวอ้างว่าราคาตกเหลือกิโลกรัมละ 5 บาทนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ทุเรียนหมอนทอง แต่เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน ลูกเล็ก แตก หรือคุณภาพไม่เหมาะกับตลาดผลสด ซึ่งมีปริมาณไม่มาก และส่วนใหญ่นำไปผลิตทุเรียนกวนหรือไส้ขนม
ช่วยระบายทุเรียนอุตรดิตถ์