อนุทิน นำทัพเศรษฐกิจบุกเฉิงตู เปิดฟอรั่มลงทุนไทย-จีน ลุยเจรจา One-on-One ดึง 6 บิ๊กคอร์ป “เทคโนโลยี-ยานยนต์-ท่องเที่ยว” ขนเม็ดเงินลงทุนเข้าไทย
รายงานจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงภารกิจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลไทย เดินทางปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.2569
โดยในวันนี้ (18 ก.ค.2569) นายกรัฐมนตรีได้นำคณะเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้มุ่งสู่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ในการเข้าร่วมกิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนนักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศไทย และรับฟังข้อเสนอแนะในการบุกตลาดจีน
ทั้งนี้ สำหรับภาคเอกชนไทยที่เดินทางมาร่วมการเจรจาธุรกิจที่เฉิงตู มีทั้งที่ทำธุรกิจร่วมกับนักลงทุนจีนอยู่แล้ว และมาแสวงหาความร่วมมือธุรกิจใหม่ มีจำนวนทั้งสิ้น 48 บริษัท รวม 153 คน และเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรี 110
สำหรับนักธุรกิจ 11 คนที่ได้ร่วมรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกับนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย
1.นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
2.นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธาน หอการค้าไทย-จีน
3.นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธาน หอการค้าไทย
4.นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
5.นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP
6.นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป
7.นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อมตะ (AMATA)
8.นายวิชัย กุลสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร เครือสหพัฒน์
9.นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธาน สวนอุตสาหกรรม 304
10.นายชญาว์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์องค์กร ปตท.
และ 11.นางมนูญศรี โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร สหฟาร์ม
โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไทย เพื่อนำไปหารือกับทางรัฐบาลจีนต่อไป ซึ่งในวันที่ 20 ก.ค.นี้ มีกำหนดการพบกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน
ในโอกาสนี้ ได้เปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประจำนครเฉิงตูอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นฐานเชื่อมโยงนักลงทุนจีนสู่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลไทยมุ่งเน้นการยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับจีนในระดับท้องถิ่นให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
โดยมณฑลเสฉวนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของจีน และมีประชากรกว่า 80 ล้านคน ซึ่งมีศักยภาพใกล้เคียงกับประเทศไทย
ปัจจุบันไทยและจีนได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงผ่านเส้นทาง New International Land-Sea Trade Corridor และนโยบายเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง ซึ่งจะทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างจีนตะวันตก เอเชียใต้ และอาเซียน โดยมีประเทศไทยทำหน้าที่เป็นประตูหลัก (Gateway) ของภูมิภาค
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมา มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากผู้ประกอบการจีนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 380,000 ล้านหยวน หรือคิดเป็นมูลค่ากระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 67%
ในส่วนของการค้าระหว่างไทยและเสฉวน ปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 112% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และซัพพลายเชนที่เข้มแข็งของประเทศไทย
ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.Speed หรือ ความรวดเร็ว โดยเร่งรัดการลงทุนผ่านโครงการ Thailand Fast Track เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งประสบความสำเร็จในการปลดล็อกการลงทุนไปแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท
2.Talent หรือการพัฒนาคน โดยมีการสนับสนุนงบประมาณผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบีโอไอ และมาตรการ Skill Up Bridge เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรไทยให้รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง
และ 3.Strengt ความแข็งแกร่งจากภายใน การกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้นควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรียังเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026” โดยได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speech) แสดงวิสัยทัศน์และความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุนจากมณฑลเสฉวน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทยและจีน ทำพิธีเปิด ฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (สำนักงานบีโอไอเฉิงตู) อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนล้ำสมัยเข้าสู่ประเทศไทย
“กิจกรรมสำคัญของวันคือการเข้าพบหารือรูปแบบตัวต่อตัว (One-on-One) ระหว่างนายกรัฐมนตรีและผู้นำบริษัทชั้นนำของจีนรวม 6 ราย เพื่อผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม”
สำหรับการหารือในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและยานยนต์ ประกอบด้วยการพบปะกับ Xiaomi Corporation ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนระดับโลก, ChangAn Automobile ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของจีนที่มีฐานการผลิตในไทย
InnoLight Technology ผู้นำด้านนวัตกรรมอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ และ Eoptolink Technology ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบส่งสัญญาณแสงและความเร็วสูง
ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ นายกรัฐมนตรีได้หารือกับ China Sichuan Airlines เกี่ยวกับการเพิ่มเที่ยวบินและเส้นทางบินตรงเชื่อมเมืองรองและเมืองหลักของไทย รวมถึงพบกับ Meituan แพลตฟอร์มบริการไลฟ์สไตล์และอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพสูงให้เดินทางมายังประเทศไทยมากขึ้น
พร้อมกันนี้ นายหวัง เสี่ยวฮุย (Mr.Wang Xiaohui) เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน มีกำนดการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการและกระชับความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค