ชูอัตลักษณ์ GI “ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู” ผสานสองเทคนิคการทอในผ้าผืนเดียว สะท้อนภูมิปัญญาผ้าทอโบราณ อัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่ม สู่ระดับพรีเมียม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูเป็นผ้าทอพื้นเมืองที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยใช้กี่ทอมือแบบพื้นบ้าน มีจุดเด่นจากการผสมผสานเทคนิคการทอผ้าสองรูปแบบ ไว้ในผืนเดียวอย่างประณีต ได้แก่ การทอแบบลายขิด ซึ่งเป็นการสะกิดเส้นด้ายยืน และเพิ่มเส้นพุ่งตามแนวลวดลายให้นูนเด่น และการทอมัดหมี่ เป็นการมัดย้อมลวดลายบนเส้นพุ่งก่อนนำมาทอ
โดยจัดวางลายขิดสลับกับลายมัดหมี่ตลอดทั้งผืน จนเกิดมิติของลวดลายที่สวยงาม แปลกตา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายต่างๆ มักสะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของชุมชน อาทิ ลายดอกบัวหลวง ลายไหกุดกวางสร้อย ลายหงส์ และลายพญานาค โดยก้าวสำคัญของการทอผ้าขิดสลับหมี่ของจังหวัดหนองบัวลำภู เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2525 ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ที่วัดถ้ำกลองเพล

และทรงเล็งเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมือง จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบ้านถ้ำกลองเพล เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะการทอผ้า ก่อนขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนทั่วทั้งจังหวัด จนผ้าขิดสลับหมี่ได้รับการสืบทอด และพัฒนาจนกลายเป็นผ้าทออัตลักษณ์ที่โดดเด่นมาจนถึงปัจจุบัน เป็นตัวอย่างของผ้าไทยที่สามารถนำทุนทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญามาต่อยอดเป็นสินค้าอัตลักษณ์ ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดพรีเมียมได้
นางอรมน กล่าวต่อว่า นอกจากภูมิปัญญาการทอแล้ว ความโดดเด่นของผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ยังเกิดจากความเชื่อมโยงกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์อย่างใกล้ชิด ด้วยจังหวัดหนองบัวลำภูมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบล้อมรอบด้วยเทือกเขาภูพาน มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และสภาพดินที่เหมาะสมต่อการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และปลูกฝ้ายคุณภาพดี ขณะเดียวกันยังอุดมด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่นำมาใช้เป็นสีย้อมผ้า อาทิ ต้นเพกา ต้นขนุน ต้นประดู่ บัวหลวง และต้นทองกวาว
ทำให้ได้เฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เมื่อผสานเข้ากับภูมิปัญญาการทอและลวดลายดั้งเดิม จึงทำให้ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูมีอัตลักษณ์เฉพาะ สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชุมชน อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของสินค้า GI ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูนับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 2 ของจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน

ประเภทของสินค้าที่ได้รับ GI ครอบคลุมทั้งผ้าผืน ผ้าถุงหรือผ้าซิ่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสไบ หรือผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตจากผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู โดยปัจจุบันผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ให้จังหวัดได้กว่า 41.50 ล้านบาท ซึ่งการเป็น GI จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดให้กับกลุ่มผู้ผลิต และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับสินค้าหัตกรรมผ้า ที่มีอัตลักษณ์ให้กับจังหวัดหนองบัวลำภู
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ จะเดินหน้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมและรักษามาตรฐานการผลิต การส่งเสริมการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย และการสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผลิตจากแหล่งกำเนิด และภูมิปัญญาของจังหวัดหนองบัวลำภูอย่างแท้จริง

ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายช่องทางสู่ตลาดพรีเมียมทั้งใน และต่างประเทศ ตอกย้ำศักยภาพของผ้าไทยในฐานะทุนทางวัฒนธรรมที่ สามารถต่อยอดด้วยทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน