บล.ทรีนีตี้ ประเมินตลาดการลงทุนเดือนส.ค. 2569 ยังขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก พร้อมแนะจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ การประชุมที่แจ็กสัน โฮล และเงินเฟ้อไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักกำหนดทิศทางตลาดหุ้น ค่าเงิน และกระแสเงินทุนตลอดเดือนนี้
วันที่ 3 ส.ค. 2569 นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (บล.ทรินีตี้) เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนเดือนส.ค. 2569 ว่า ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควบคู่กับการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น
ขณะที่นักลงทุนต้องติดตามการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ Fed ที่จะออกมาตลอดเดือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากนายเควิน วอร์ซ ประธานเฟด ในการประชุมผู้นำธนาคารกลางประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล ช่วงวันที่ 27-29 ส.ค.นี้ ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
“ทิศทางตลาดโลกในเดือนนี้จะขึ้นอยู่กับการตีความข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการเฟด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์จังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง” นายณัฐชาตกล่าว
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ เริ่มจากการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM Manufacturing) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะสะท้อนทิศทางภาคการผลิตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่วันที่ 4 สิงหาคม ตลาดจับตาการรายงานผลประกอบการของ SpaceX ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอวกาศ
นายณัฐชาตกล่าวเสริมว่า ในส่วนของปัจจัยในประเทศ นักลงทุนรอติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเดือนก.ค. ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของไทยในระยะถัดไป ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ถือเป็นไฮไลต์ของสัปดาห์ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) วันที่ 5 ส.ค. และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls)
ส่วนในวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เฟดใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่าคาดมาก อาจส่งผลต่อไปยังคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟด รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดได้
“กลยุทธ์การลงทุนในเดือนสิงหาคม ยังคงให้น้ำหนักกับการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจ และท่าทีของ Fed อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้นโลก อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ และกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยตลอดเดือนนี้”นายณัฐชาตกล่าว