FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับขึ้นสู่ระดับ 146.72 เข้าสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” จับตาสงคราม-การเมืองในประเทศกดดัน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 20-31 กรกฎาคม 2569 พบว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เดือนตุลาคม 2569) อยู่ในระดับ “ร้อนแรง” ที่ 146.72 จุด สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดทุนไทย โดยมี กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่สุด ตามด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนกังวลมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ

ผลสำรวจยังพบว่า นักลงทุนต่างชาติและกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับ “ร้อนแรงอย่างมาก” ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศอยู่ในระดับ “ร้อนแรง” ขณะที่นักลงทุนรายย่อยอยู่ในระดับ “ทรงตัว” โดยหมวดหุ้นที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือ กลุ่มธนาคาร (BANK) ส่วนกลุ่มที่มีความน่าสนใจต่ำสุดคือ อสังหาริมทรัพย์ (PROP)

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเกือบตลอดเดือน ก่อนเผชิญแรงขายช่วงปลายเดือน จากแรงกดดันของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและปัจจัยต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติและความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2.04% จากเดือนก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 87,397 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 75,864 ล้านบาท

FETCO ระบุว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังกระทรวงการคลังปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 2.5% การลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียน

ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังต้องจับตาท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความผันผวนของราคาน้ำมัน รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยในอัตรา 12.5% ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในระยะถัดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน