ORI ประกาศความสำเร็จปิดดีลขายโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท ให้กลุ่มทุน “ครอบครัวเศวตสมภพ” รับกระแสเงินสดเข้ากว่า 550 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์บริหารพอร์ตสินทรัพย์สร้างผลตอบแทน พร้อมนำเงินต่อยอดลงทุนโครงการใหม่ ขยายธุรกิจโรงแรม อาคารสำนักงาน และคอมเมอร์เชียล มุ่งเพิ่มรายได้ประจำ สร้างการเติบโตระยะยาว

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เผยถึงกลุ่มทุนที่เข้าซื้อโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีทส์ กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Staybridge Suites Bangkok Sukhumvit) คือ ครอบครัวเศวตสมภพ (ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ซีโน-แปซิฟิค ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค)
นับเป็นอีกหนึ่งดีลความสำเร็จของกลุ่มออริจิ้น โฮเทล ภายใต้การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ผ่านกลยุทธ์ Build – Operate – Exit – Reinvestment ที่บริษัทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจ
สำหรับโรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีทส์ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2566 เป็นโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ สเตย์บริดจ์ สวีทส์ ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือ IHG Hotels & Resorts สไตล์ที่พักอาศัย (Residential-Style Hotel) จำนวน 411 ห้อง ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท 24 ซึ่งนับเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์สเตย์บริดจ์ สวีทส์ แห่งที่ 2 ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โนมุระ
เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด (NRED) ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การเข้าพักระยะยาวสำหรับนักธุรกิจ ผู้บริหารชาวต่างชาติ และนักเดินทางคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานการบริหารระดับสากลของ IHG Hotels & Resorts
นอกจากนี้ โครงการยังมีพื้นที่รีเทลด้านหน้าโครงการกว่า 5,000 ตร.ม. ที่เปิดรับผู้ใช้บริการจากภายนอกและผู้พักอาศัยในย่านสุขุมวิท ช่วยสร้างความคึกคักให้กับโครงการและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้เข้าพัก โดยพื้นที่ดังกล่าวรองรับร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าบริการต่างๆ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพของสินทรัพย์
“การปิดดีลขายโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีทส์ กรุงเทพฯ สุขุมวิท ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการบริหารพอร์ตโรงแรมของบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจตามกระบวนการจัดการทรัพย์สินเป็น Cycle สร้างพอร์ตเติบโตต่อเนื่องที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มต้น”
นายพีระพงศ์กล่าวและว่า โดยบริษัทมุ่งพัฒนาโรงแรมคุณภาพ สร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และส่งต่อสินทรัพย์ให้แก่นักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ผู้นำในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยในปีนี้ ออริจิ้น โฮเทล ได้ปิดดีลความสำเร็จ ขายโรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (ibis Phuket Kata) เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนก.ค. ได้ปิดดีลขายโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีทส์ แบงค็อก สุขุมวิท ได้ตามแผนธุรกิจ
อย่างไรก็ดีปัจจุบัน ออริจิ้น โฮเทล มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่มธุรกิจ
1. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotel Business) ในปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการอยู่อีก 7 แห่ง มีห้องพักรวมจำนวน 1,093 ห้อง มูลค่า 3,900 ล้านบาท อาทิ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ สวีท ศรีราชา, โรงแรม ฮอลิเดย์อินน์ เอกเพรช ระยอง, และ โรงแรม ไอบิส หัวหิน และกระบี่ เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่หัวเมืองท่องเที่ยวอย่าง กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา
2. ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันเตรียมเปิดให้บริการ 1 อาคาร ภายใต้ชื่อป้ออริจิ้น คอมเพล็กซ์ สนามเป้า พื้นที่รวม 32,200 ตร.ม.
3. ธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 แห่ง พื้นที่รวม 17,425 ตร.ม. ภายใต้แบรนด์ Portobello Mall (พอร์โทเบลโลมอลล์)