พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อ ก.ค. 1.95% -จับตาราคาดีเซลพุ่งรับสงครามรอบใหม่ ผวาดันเงินเฟ้อ69แตะ 3%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเปิดเผยถึง เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนก.ค. 2569ว่า เท่ากับ 102.10 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2568 สูงขึ้น 1.95% ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า(มิ.ย.2569)ที่มีอัตราสูงขึ้น 2.42% แต่ยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูง
ขณะเดียวกันราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูงต่อเนื่อง เครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น และผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อ ก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 1.95% เป็นผลมาจาก การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 1.88 % จากการสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ เป็นต้น ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 2.04% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป เช่น กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ผักสด เช่น ต้นหอม ผักคะน้า แตงกวา ฟักทอง มะนาว ข้าวสารเจ้า และไข่ไก่ อย่างไรก็ตาม มีสินค้า
“เฟ้อเดือน ก.ค. ชะลอลง เพราะราคาพลังงานลดลง จากเดือนมิ.ย. โดยแก๊สโซฮอล์ ลดลงจาก 37-38 บาท/ลิตร เป็น 36.16 บาท/ลิตร ดีเซลลดลง 3.33% ราคาปรับจาก39.31บาท/ลิตร เป็น 35.98 บาท/ลิตร “
สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 1.34 %เร่งตัวขึ้น จากเดือนมิถุนายน 2569 ที่สูงขึ้น1.23% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือน (ม.ค.– ก.ค.) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 1.21 %
นายนันทพงษ์ กล่าวถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนส.ค. 2569ว่า คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ 1.ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกำลังทหารรอบใหม่ 2.ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น
3.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และ 4. ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สู่สภาวะเอลนีโญกำลังแรง/กำลังแรงมาก (Strong/Very Strong El Niño)
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1.ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ 2.ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5 %
นายนันทพงษ์ กล่าวว่าสนค. ได้คาดการณ์ผลกระทบเงินเฟ้อทั้งปีนี้ ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดีเซลช่วงเดือนส.ค.-ธ.ค. 2569 โดยแบ่งออกเป็น 4 กรณี คือ 1.ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 47.50 บาท/ลิตร คาดว่าจะทำให้อัตรา เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 3% 2. ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 40.24บาท/ลิตร เงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่2% 3.ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 36.61บาท/ลิตร เงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่1.5% และ 4.ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 32.98 บาท/ลิตร เงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ 1%