แสนสิริเดินหน้ากลยุทธ์ “Sansiri WELL, IN EVERY DAY” ยกระดับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสู่แนวคิด Well-being Ecosystem ชูคุณค่าด้านดีไซน์ คุณภาพ และบริการระยะยาว แทนการแข่งขันด้านราคา ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมเปิด 12 โครงการใหม่ครึ่งปีหลัง ไฮไลท์ “บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา” มูลค่า 6,000 ล้านบาท

น.ส.ภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในเกือบทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะตลาดบ้านระดับบนที่ผู้ประกอบการหลายรายหันมาใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อเร่งระบายสต๊อก

ในขณะที่แสนสิริยังคงยึดแนวทางการแข่งขันด้วย “คุณค่า” มากกว่าการทำสงครามราคา โดยเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าให้ความสำคัญในปัจจุบัน คือ ความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาว ทั้งคุณภาพการก่อสร้าง การออกแบบ การบริการหลังการขาย และศักยภาพการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน มากกว่าการตัดสินใจจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว

ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 500 โครงการ รวม 130,000 ยูนิต โดยตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี บริษัทมุ่งสร้างที่อยู่อาศัยภายใต้ปรัชญา “Constructing Life, Not Just Building” ครอบคลุมทั้งด้านการออกแบบดีไซน์,การบริการ,คุณภาพ และ ความยั่งยืน

ล่าสุดแสนสิริ ยังได้ปรับกลยุทธ์ สร้างมาตรฐานใหม่ ด้วยแนวคิด ‘Sansiri WELL, IN EVERY DAY — ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน’ ซึ่งเป็นการสอดประสาน 3 ศาสตร์หลักแห่งการดีไซน์ ได้แก่ สถาปัตยกรรม, การตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม เพื่อยกระดับการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากการสร้างบ้าน ไปสู่การสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิต (Well-being Ecosystem) ที่เชื่อมโยงบ้าน ชุมชน บริการ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายให้ผู้อยู่อาศัย “ใช้ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน”

เจาะลึก 3 ศาสตร์ดีไซน์ “เมื่อ คน ธรรมชาติ และดีไซน์ ทำงานร่วมกัน ในงาน Sansiri Insight Talk: WELL, IN EVERY DAY ทีมดีไซน์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแสนสิริ ประกอบด้วยวทัญญู ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House, ปัทมาวดี ดีซอน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และพีร์ โปษยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ได้ร่วมเปิดเผยเบื้องหลังกระบวนการคิด ที่ประสาน 3 ศาสตร์ดีไซน์ ไดัร่วมกันเปิดเผยกลยุทธ์ “Sansiri Well in Everyday” เมื่อการออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่คือการสร้าง “สุขภาวะ” ที่ยั่งยืน

ปรัชญา “Constructing Life, Not Just a Building” ในบริบทใหม่

เพราะแสนสิริเชื่อว่า คำว่า “บ้าน” ในปัจจุบันได้เปลี่ยนความหมายไปแล้ว จากเดิมที่เน้นขนาดใหญ่โตหรือสถาปัตยกรรมหรูหราเพียงอย่างเดียว มาสู่การแข่งขันกันที่ “คุณภาพชีวิต” และ “ความรู้สึก” ของผู้อยู่อาศัยที่สามารถพักผ่อนได้อย่างแท้จริงในทุก ๆ และบ้านหลังนั้นสามารถดูแลผู้อยู่อาศัยไปได้อีก 20-30 ปีข้างหน้า

หัวใจสำคัญของ 3 ศาสตร์การออกแบบเพื่อ Well-being (สุขภาวะ)

โดยภายใต้กลยุทธ์ “Sansiri Well in Everyday: ชีวิตดี รู้สึกดี ในทุกวัน” เป็นการสอดประสานของ 3 ศาสตร์หลักแห่งการดีไซน์ ได้แก่

ภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape Design) ออกแบบระบบนิเวศ (Ecological Infrastructure) เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และคืนธรรมชาติสู่เมือง นำเสนอแนวคิด “Daily Dose of Nature” อ้างอิงงานวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่พบว่าการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มอายุขัยได้ถึง 12% การดึงคนให้ออกมาสัมผัสธรรมชาติเพียง 17 นาทีต่อวัน (2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) พร้อมการออกแบบ Soundscape (เสียงน้ำตก/เสียงนก) ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยให้อารมณ์ดีต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง

สถาปัตยกรรม (Architecture) มุ่งเน้นการวางผังอาคารที่ทำหน้าที่เป็นตัวกรอง (Filter) สภาพแวดล้อมที่ไม่ต้องการออกไป และดึงเอาธรรมชาติที่ดีจากภายนอกเข้าสู่ภายใน เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนในบ้านให้มีคุณภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

โดยกระบวนการทำงานของแสนสิริเริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่ดูที่ดินเพื่อค้นหา Golden Scene ซึ่งมีการคำนวณอย่างละเอียดแม้กระทั่งองศาของแสงแดดในช่วงเวลา 17.00 น. (ประมาณ 16-24 องศา) เพื่อให้แสงทอดตัวยาวผ่านช่องเปิดของอาคารและกระทบกับงานสถาปัตยกรรมอย่างสวยงาม รวมถึงการเลือกพันธุ์ไม้ที่สามารถดึงดูดนกและคืนออกซิเจนให้กับพื้นที่

ตัวอย่างโครงการที่สะท้อนแนวคิดได้ชัดเจน

•โครงการบูก้าน (BuGaan) ซึ่งได้มีการออกแบบให้เป็นบ้านเพดานสูง แบบ Double และ Triple Volume ที่ไม่ใช่เพื่อความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อเชื่อมต่อความรู้สึกของคนในครอบครัวที่อยู่ต่างชั้นกันให้มองเห็นและปฏิสัมพันธ์กันได้

•โครงการเดอะ แคนวาส เชิงทะเล (The Canvas Cherngtalay) คอนโดมิเนียมในจังหวัดภูเก็ต ที่ดึงบริบทของภูเขาและทะเลมาใช้ พร้อมออกแบบคอร์ทยาร์ด (Courtyard) ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

•โครงการนาราสิริ (Narasiri) ที่มุ่งเน้นการสร้าง Green Corridor หรือการวางต้นไม้ตลอดแนวถนนในโครงการ ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามภายในโครงการ แต่เพื่อเปลี่ยนภูมิทัศน์ของถนนโดยรอบ และช่วยดูดซับคาร์บอน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Vision ของประเทศ

การออกแบบภายใน (Interior Design) ปรับเปลี่ยนจากการเน้นความหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ราคาสูง มาเป็นการออกแบบพื้นที่ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ (Basic Human Needs) เช่น ความสงบ ความปลอดภัย และความสัมพันธ์ในครอบครัว การออกแบบที่ดีต้องทำให้ลูกบ้านรู้สึกว่านี่คือบ้านที่อยากใช้ชีวิตอยู่ตลอดไป โดยมองว่า Well-being ไม่ใช่สิ่งที่จะออกแบบได้โดยตรง แต่เป็น “ผลลัพธ์” ที่เกิดจากการออกแบบที่ดี

อย่างไรก็ดี น.ส.ภัคพริ้ง กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนของแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีกประมาณ 12 โครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นบ้านระดับกลางถึงบน ราคา 16-30 ล้านบาท ควบคู่กับการเดินหน้ากลยุทธ์ “Sansiri WELL, IN EVERY DAY” เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยผ่านแนวคิด Well-Being Ecosystem เชื่อว่าจะเป็นจุดแข็งในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ท่ามกลางภาวะตลาดที่แข่งขันรุนแรง

“แสนสิริมั่นใจว่าการสร้างคุณค่าให้กับที่อยู่อาศัย ทั้งด้านการออกแบบ คุณภาพ การบริการ และการดูแลระยะยาว จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ แม้ตลาดจะยังเผชิญแรงกดดันด้านราคาต่อเนื่อง” น.ส.ภัคพริ้งกล่าว

อีกทั้งในเร็วๆ นี้ แสนสิริยังเตรียมเปิดตัวโครงการบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นครั้งแรกกับบ้านแนวคิด Well-being และเป็นโครงการนำร่องใน แสนสิริ เวลสเคป กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ติดถนนใหญ่กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พร้อมด้วยการเปิดตัว เอส ควอเตอร์ (S Quarter) สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ย่านกรุงเทพกรีฑา เพื่อเติมเต็ม Ecosystem การใช้ชีวิตที่ดีให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน