กรมสรรพสามิต เผยผลปราบปรามเดือนก.ค.2569 เดินหน้าปราบปรามบุหรี่เถื่อน ยึดของกลางกว่า 4.08 แสนซอง สกัดขบวนการลักลอบหนีภาษีทั่วประเทศ

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อน ซึ่งยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจพบมากที่สุด และสร้างความเสียหายต่อรายได้ของรัฐ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

กรมจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการสืบสวน การข่าว และการปฏิบัติการเชิงรุกในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 10 เดือน (1 ตุลาคม 2568 – 31 กรกฎาคม 2569) กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 32,812 คดี คิดเป็นค่าปรับ 901.82 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 4,508.18 ล้านบาท

โดยคดียาสูบยังคงเป็นประเภทสินค้าที่พบการกระทำผิดมากที่สุด จำนวน 20,160 คดีหรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 61 ของคดีทั้งหมด มีค่าปรับ 609.39 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 4,376.97 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบ จำนวน 4,862,367 ซอง

ผลการปราบปรามในเดือนกรกฎาคม 2569 กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 3,196 คดี คิดเป็นค่าปรับ79.52 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 248.78 ล้านบาท โดยคดียาสูบยังคงครองสัดส่วนสูงสุด จำนวน 2,008 คดีหรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 63 ของคดีทั้งหมด มีค่าปรับ 58.10 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับกว่า 239.91 ล้านบาท

พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบจำนวน 408,205 ซอง แสดงให้เห็นว่าการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นรูปแบบการกระทำผิดที่พบมากที่สุด

นายพรชัยกล่าวต่อว่า จากผลการปฏิบัติงานในเดือนกรกฎาคม พบว่าขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษียังคงปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลำเลียงผ่านพื้นที่ชายแดน การขนส่งทางเรือ การใช้บ้านพักและศูนย์กระจายสินค้าเอกชนเป็นสถานที่พักสินค้า รวมถึงการเก็บพักและลำเลียงสินค้าในปริมาณไม่มากในแต่ละครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม จากการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายได้หลายคดีสำคัญในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับคดีสำคัญที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเดือนกรกฎาคม 2569 ได้แก่ การจับกุมบุหรี่ซิกาแรตยี่ห้อกรองทิพย์ (FOR EXPORT ONLY) จำนวน 124,922 ซอง ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 โดยสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 ซึ่งมีประมาณการค่าปรับสูงถึง 124.08 ล้านบาท แสดงถึงความพยายามของขบวนการลักลอบนำสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกกลับเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษี

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่มิได้เสียภาษี จำนวน56,000 ซอง ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 35.17 ล้านบาท แม้ไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่ได้ส่งของกลางให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและขยายผลสืบสวนต่อไป

ทั้งนี้ มีผลการจับกุมคดีสำคัญในหลายพื้นที่ ได้แก่ 1) จังหวัดสตูล ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวน10,000 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 9.42 ล้านบาท และสามารถจับกุมน้ำมันดีเซลที่มิได้เสียภาษีจากเรือประมงดัดแปลงรวม10,500 ลิตร

2) จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายที่ซุกซ่อนในศูนย์ไปรษณีย์ จำนวน 6,733 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 6.34 ล้านบาท 3) จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย จำนวน 4,690 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า4.42 ล้านบาท

4) จังหวัดนนทบุรี ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย จำนวน 3,500 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 3.30 ล้านบาทและ 5) จังหวัดระยอง จับกุมคดียาสูบและเครื่องดื่มที่มิได้เสียภาษี รวม 2 คดี ซึ่งเป็นการปราบปรามที่ครอบคลุมสินค้าสรรพสามิตทุกประเภท และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลังที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ควบคู่กับการปราบปรามการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน