“สิริพงศ์” หารือ Tesla เดินหน้าความร่วมมือเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า-พัฒนาบุคลากร หนุนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม หารือร่วมกับ Ms. Hadri Haris ตำแหน่ง Lead Public Affairs (SEA Region) บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Tesla และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย
โดยมี นายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษา รมช.คมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลักดันให้ระบบขนส่งสาธารณะปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบยานยนต์ไฟฟ้า
อาทิ รถมินิบัส รถแท็กซี่ รถบรรทุก และระบบราง ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบ การพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (พ.ศ. 2567-2570) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงยังได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเทสลา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจสภาพยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของ ขบ. ให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสภาพยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
อีกทั้งพร้อมประสานความร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เทสลาได้นำเสนอชุดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีครบวงจร อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (Model 3 / Model Y / Cybertruck / Semi / Robotaxi / Optimus) ระบบช่วยขับขั้นสูง โดยใช้แนวคิด End-to-End สำหรับการขับรถ รวมถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Full Self-Driving: FSD) สถานีชาร์จความเร็วสูง(Supercharger)
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิด “The Tesla Ecosystem” เชื่อมโยงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคต
การหารือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบคมนาคมของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม