สุริยะ ลุยสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำลาย จ.เลย รับมือน้ำท่วม – น้ำแล้ง

6ส.ค.2569-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดเลย ณ ห้องประชุมศาลากลาง ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นเข้าร่วม ว่า กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ

เนื่องจากจังหวัดเลยมีลุ่มน้ำสำคัญหลายสายไหลผ่าน ประกอบกับพื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชัน ทำให้น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในช่วงฤดูฝน ขณะที่ฤดูแล้งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงจำเป็นต้องวางระบบบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงทั้งการป้องกันอุทกภัย การกักเก็บ และการกระจายน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนและภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

นายสุริยะ กล่าวว่า จากการรายงานของกรมชลประทานพบว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม จะมีฝนตกต่อเนื่องจากอิทธิพลของมวลอากาศชื้น ขณะที่ช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ต้องเฝ้าระวังพายุหมุนเขตร้อนและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเลยซึ่งมีต้นน้ำจากเทือกเขาภูหลวง อ.ภูหลวง ไหลผ่าน อ.วังสะพุง และ อ.เมืองเลย ก่อนลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.เชียงคาน

จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมนำระบบสารสนเทศและข้อมูลแบบเรียลไทม์มาสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งบูรณาการเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

“การบริหารจัดการน้ำต้องเริ่มจากการวางแผนที่ดีและอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมจึงมอบหมายให้กรมชลประทานเร่งเตรียมความพร้อมของแต่ละโครงการเพื่อจัดทำคำของบประมาณ ควบคู่กับวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งการป้องกันอุทกภัยและการสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยต้องทำงานร่วมกับจังหวัด ท้องถิ่น และประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง” นายสุริยะ กล่าว

นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดเลย ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำลาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งดำเนินการตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเลย โดยมีแผนก่อสร้างช่วงปี 2571 – 2576 หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะกักเก็บน้ำได้ 27.99 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 17,200 ไร่ มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอสำหรับประชาชน 14,270 ครัวเรือน อีกทั้งยังช่วยป้องกันน้ำท่วมเขตเทศบาล รวมถึงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ในอนาคต

นอกจากนี้ยังได้ติดตามแผนก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำห้วยน้ำฮวย เพื่อทดแทนฝายเดิมที่มีอายุการใช้งานมานาน 43 ปี และได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำป่า ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ ฟื้นฟูความชุ่มชื้นพื้นที่ต้นน้ำ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชน 572 ครัวเรือน พร้อมสนับสนุนพื้นที่การเกษตร 1,000 ไร่ โดยคาดว่าจะก่อสร้างได้ในปี 2571

และในส่วนของโครงการปรับปรุงคลองส่งน้ำ RMC ฝายห้วยน้ำหมาน ซึ่งฝายดังกล่าวมีอายุการใช้งานมากกว่า 77 ปี โดยหากปรับปรุงแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการส่งและระบายน้ำ รวมถึงลดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตชุมชน รองรับการขยายตัวของเมืองและเสริมสร้างความมั่นคงระบบชลประทานของจังหวัดอีกด้วย

“ผมได้กำชับให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันโครงการที่มีความพร้อม ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการช่วยตัดสินใจ และบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ สนับสนุนการผลิตภาคเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดอย่างยั่งยืน” นายสุริยะ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน