บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เตือนตลาดทองคำระยะนี้ยังผันผวนสูง หลังราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นมาแรง แนะนักลงทุนจับตา 2 ตัวแปรสำคัญ ทั้งความคืบหน้าเจรจา “สหรัฐฯ-อิหร่าน” และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ที่อาจชี้ทิศทางดอลลาร์และดอกเบี้ยเฟด พร้อมแนะรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับสำคัญที่ 4,160 ดอลลาร์สหรัฐ และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ปรับตัวขึ้นแรง
วันที่ 7 ส.ค. 2569 นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่าราคาทองคำในระยะนี้มีแนวโน้มผันผวนระดับสูง โดยแนะจับตา 2 ปัจจัยหลัก ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทั้งในส่วนของความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน และการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
ส่วนอีกหนึ่งปัจจัย คือการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นดัชนีชี้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
อย่างไรก็ดีสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้เริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ระงับแผนโจมตีอิหร่านเพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ อีกทั้งล่าสุดสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยความคืบหน้าดังกล่าวช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น
“ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามองในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก หากการเจรจาประสบความสำเร็จ และเปิดการเดินเรือได้เต็มรูปแบบ จะช่วยคลายแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อลง อย่างไรก็ตามการที่อิหร่านยังไม่ตอบรับเงื่อนไขทำให้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและพร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”
ขณะเดียวกันสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาคือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเดือน ก.ค. จะเพิ่มขึ้นราว 85,000 ตำแหน่งจาก 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. 2569 ส่วนอัตราว่างงานมีแนวโน้มทรงตัวที่ 4.2%
ทั้งนี้หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือดีกว่าคาด เฟดอาจเดินหน้านโยบายการเงินเข้มงวด ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำให้มีจังหวะย่อตัว ถือเป็นโอกาสในการรอสะสม แต่กรณีตัวเลขต่ำกว่าคาดจะยิ่งลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ต่อ
ฝ่ายวิเคราะห์ได้ประเมินกลยุทธ์ลงทุน โดยแนะนำให้รอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ พร้อมหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาปรับขึ้นแรง เนื่องจากราคาทองคำเพิ่งทะลุกรอบ Sideway ทำให้การเคลื่อนไหวระยะสั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความผันผวนสูง
โดยประเมินแนวรับสำคัญที่ 4,160–4,120 ดอลลาร์สหรัฐต่ออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 64,800–64,500 บาท ซึ่งเป็นโซนที่ราคามีโอกาสย่อตัวกลับลงมารีเทสต์หลังเบรกกรอบขึ้น ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,330–4,365 ดอลลาร์ หรือประมาณ 67,300–67,800 บาท หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือแนวรับได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากหลุด 4,120 ดอลลาร์ ควรชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินแนวรับถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้น