วราวุธ อัดฉีด สศอ. 5.8 พันล้าน เร่งเครื่องปั้นฮับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในไทย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า ได้มอบหมายให้ สศอ. เดินหน้าบทบาท “คลังสมอง” และ “ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย” ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ และการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มาเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ เพื่อปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุน
ทั้งนี้ ต้องบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และสถาบันเครือข่าย พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การออกมาตรการ ปรับปรุงกฎหมาย และผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบาย ONE MIND 4 เสาหลัก เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า สศอ. เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ONE MIND ควบคู่กับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve โดยเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมชีวภาพ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมด้านความมั่นคง
การขับเคลื่อนจะเน้นการเชื่อมโยงเทคโนโลยี บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย โดยแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินรวม 5,884.18 ล้านบาท ครอบคลุม 49 โครงการ จาก 14 หน่วยงาน
สำหรับผลการขับเคลื่อนที่ผ่านมา พบว่า การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ xEV ในปี 2568 อยู่ที่ 284,679 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน ขณะที่การลงทุนในระบบอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ CoRE ระหว่างปี 2563-2569 มีมูลค่ารวม 22,621.69 ล้านบาท และช่วงปี 2567-2569 สามารถพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่แล้ว 89,267 คน
นายศุภกิจ กล่าวว่า ระยะต่อไป สศอ. จะเร่งปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป และครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่แม่นยำสำหรับกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม
พร้อมกันนี้ จะเร่งผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ อาทิ เครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อสร้างฐานการผลิตใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยขยายสู่ตลาดภูมิภาคและตลาดโลก
ทั้งนี้ แผนพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve จะสิ้นสุดในปี 2570 สศอ. จึงอยู่ระหว่างเร่งทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาฉบับใหม่ เพื่อให้สอดรับกับบริบทอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป