“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5 ด้าน เกษตร SME ส่งออก เร่งปลดล็อกกฎกติกา ดันเศรษฐกิจชุมชนขึ้นเครื่องยนต์ใหม่ ดันไทยแข่งโลก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พร้อมคณะแถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่าอนุกรรมการชุดนี้ได้เริ่มเดินเครือ่ง เริ่มเดินเครื่องโครงสร้างเศรษฐกิจตามนโยบาลรัฐบาลกลุ่มที่ 2 ด้านการค้าและบริการ

คณะอนุกรรมการชุดนี้ ได้รับโจทย์ 5 ด้าน คือ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและ Wellness เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตร ค้าปลีกค้าส่ง และการค้าระหว่างประเทศ แต่การทำงานจะไม่จำกัดกรอบเดิม เพราะโจทย์เศรษฐกิจวันนี้ต้องแก้ทั้งระยะสั้นและวางโครงสร้างระยะยาวไปพร้อมกัน

โดยที่ประชุมได้จัดตั้งคณะทำงาน 4 ชุด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ชัดเจน ไม่ใช่เพิ่มคณะกรรมการโดยไม่มีตัวขับเคลื่อนจริง ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SME และการค้าระหว่างประเทศ

นางศุภจี กล่าวว่า แนวคิด Visitor Economy จะมองกว้างกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม ครอบคลุมผู้เดินทางเข้าประเทศ ทั้งนักท่องเที่ยว ผู้เรียน ผู้ติดต่อธุรกิจ และผู้สนใจลงทุน เพื่อให้การเข้ามาในไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เชื่อมกับวัฒนธรรม ประสบการณ์ บริการ เมืองรอง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ด้านเศรษฐกิจชุมชนและเอสเอ็มอีจะยกระดับจากโจทย์ค้าปลีกค้าส่งไปสู่ฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศ เพราะเอสเอ็มอีและชุมชนมีสัดส่วนราว 35% ของรายได้รวมประเทศ จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถแข่งขัน ควบคู่ดูแลการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ให้ผู้ประกอบการรายเล็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy กล่าวว่า คณะทำงานจะลงพื้นที่หารือภาคส่วนต่างๆ ทุกสัปดาห์ เพื่อค้นหา 4-5 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำภายใน 6-12 เดือนแรก ทั้งการสร้างโอกาสและขจัดอุปสรรค

อุปสรรคสำคัญมีทั้งผู้ประกอบการแฝงตัวหรือนอมินีที่ใช้ความได้เปรียบกดทับธุรกิจไทย และกฎระเบียบภายในประเทศที่ถ่วงรั้งผู้ประกอบการไทยเอง จึงต้องปลดล็อกกติกาที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจไทยขยับไปแข่งขันในตลาดโลกได้เร็วขึ้น

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า ภาคเกษตรต้องเปลี่ยนจากการผลิตแบบเดิมไปสู่เกษตรทันสมัยและมูลค่าสูง โดยดูครบตั้งแต่ต้นน้ำ การผลิต กลางน้ำ การแปรรูป และปลายน้ำ การตลาด โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกมากเกินตลาด

ส่วนเอสเอ็มอีต้องปรับทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่การเข้าสู่ธุรกิจ การขอใบอนุญาต การขยายกิจการ ไปจนถึงการก้าวสู่ตลาดโลก ปัญหาใบอนุญาตจำนวนมาก เช่น โรงแรมหรือร้านอาหาร เป็นภาระต้นทุนที่ต้องเร่งแก้

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy โดยใช้ทุนวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างประสบการณ์ใหม่ เพิ่มรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าบริบทโลกเปลี่ยนเร็ว การค้าเชื่อมกับภูมิรัฐศาสตร์และกฎกติกาใหม่มากขึ้น จึงต้องใช้การเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เปิดตลาดใหม่ รักษาตลาดเดิม และปรับสมดุลการค้า โดยเพิ่มบทบาทเอสเอ็มอีในโครงสร้างส่งออก

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลจะเชื่อมงานนี้กับคณะเศรษฐกิจด้านอื่น โดยเฉพาะคณะของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อปรับสมดุลการส่งเสริมการลงทุน ลดการพึ่งพานำเข้า เพิ่มการใช้วัตถุดิบ แรงงาน และผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่การผลิต

ภาพรวมการประชุมครั้งแรกจึงถือเป็นการเริ่มเดินเครื่องบอร์ดเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างเป็นระบบ จากการตั้งโจทย์ใหญ่ สู่คณะทำงานเฉพาะด้าน พร้อมกรอบ 6-12 เดือนแรก เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปลดล็อกข้อจำกัด และวางฐานเศรษฐกิจการค้า บริการ เกษตร SME และชุมชนให้แข่งขันได้ระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน