ต่างชาติเที่ยวไทยสะสม 19.15 ล้านคน ลุ้น ”สุรศักดิ์“ เร่งเครื่อง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ชัดสัปดาห์หน้า ผ่าน “เป๋าตัง” กระตุ้นเมืองรองทันกรีนซีซั่น
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 ส.ค. 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 19.15 ล้านคน ลดลง 2.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายแล้ว 927,697 ล้านบาท โดยตลาดหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3.21 ล้านคน มาเลเซีย 2.44 ล้านคน อินเดีย 1.42 ล้านคน รัสเซีย 1.12 ล้านคน และเกาหลีใต้ 7.04 แสนคน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมล่าสุดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยระหว่างวันที่ 2-8 ส.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 636,769 คน เพิ่มขึ้น 69,457 คน หรือ 12.24% จากสัปดาห์ก่อน เฉลี่ย 90,967 คนต่อวัน แบ่งเป็นตลาดระยะใกล้ 421,215 คน เพิ่มขึ้น 16.11% และตลาดระยะไกล 215,554 คน เพิ่มขึ้น 5.39% สะท้อนแรงส่งจากช่วงปิดภาคเรียนของจีน วันหยุดในญี่ปุ่นและอินเดีย รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่จากดูไบและอัมสเตอร์ดัมมายังไทย
ตลาดที่เติบโตโดดเด่นในสัปดาห์ดังกล่าว ได้แก่ จีน 128,585 คน เพิ่มขึ้น 20.34% อินเดีย 39,216 คน เพิ่มขึ้น 20.15% และญี่ปุ่น 26,968 คน เพิ่มขึ้นถึง 76.57% ขณะที่มาเลเซียเพิ่มขึ้น 7.78% ส่วนเกาหลีใต้ลดลง 5.17% ทั้งนี้ กระทรวงฯ คาดว่าสัปดาห์ถัดไปจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจชะลอตัว เนื่องจากหลายตลาดสิ้นสุดช่วงวันหยุดและเดินทางท่องเที่ยวแล้ว
ขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เดินหน้ามาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศผ่านโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หลังรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายเพิ่มการเดินทางภายในประเทศและกระจายรายได้สู่โรงแรม ร้านอาหาร ภาคบริการ และผู้ประกอบการในเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองรอง
เบื้องต้นแนวทางจะเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่ยังอยู่ระหว่างกำหนดรายละเอียด ทั้งเงื่อนไขโรงแรมและผู้ประกอบการ รูปแบบการสนับสนุนบริการอื่นนอกเหนือจากค่าอาหาร ตลอดจนแพลตฟอร์มสำหรับดำเนินโครงการ โดยมีแนวคิดใช้ระบบ “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหลัก
ส่วนแหล่งเงินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยจะประเมินความเหมาะสมระหว่างการใช้เงินกู้หรืองบกลางให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมาตรการและสถานการณ์เศรษฐกิจ เมื่อได้ข้อสรุปวงเงินแล้ว จะต้องเร่งพัฒนาระบบหลังบ้านและเปิดลงทะเบียนผู้ประกอบการ ก่อนเดินหน้าโครงการอย่างเต็มรูปแบบ
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จังหวะดำเนินโครงการมีความสำคัญ หากสามารถออกมาตรการได้ทันช่วงกรีนซีซั่น จะช่วยเติมอุปสงค์ในช่วงที่การท่องเที่ยวไม่หนาแน่นและกระจายรายได้ลงพื้นที่ได้มากขึ้น แต่หากล่าช้าเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น อาจต้องทบทวนรูปแบบมาตรการให้เหมาะกับสถานการณ์และรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนอีกครั้ง
ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งรายละเอียดโครงการ แหล่งเงิน และความพร้อมของระบบภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า เพื่อให้มาตรการสามารถออกมาใช้ได้อย่างตรงจังหวะและสร้างแรงส่งต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ