โชว์ผลงาน งาน ”ไทยแลนด์ คอนเทนต์ มาร์เก็ต” ครั้งแรก ยอดซื้อ-ขาย 9,702.4 ลบ. เจรจากธุรกิจ 1,706 นัดหมาย ปักธงผู้นำอาเซียน เล็งชิงแชร์ยักษ์ใหญ่จีน-อินเดีย

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ผลการจัดงานแสดงสินค้า และเจรจาธุรกิจ Thailand Content Market 2026 ระหว่างวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ได้สร้างมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 9,792.4 ล้านบาท หรือประมาณ 288 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเจรจาธุรกิจรวม 1,706 นัดหมาย

ทั้งนี้ มูลค่าการเจรจาการค้ารวม 9,792.4 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อขายที่เกิดขึ้นทันที 265.7 ล้านบาท หรือ 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะเกิดภายใน 1 ปีอีก 2,669.4 ล้านบาท หรือ 78.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเกิดภายใน 2-5 ปี จำนวน 6,857.2 ล้านบาท หรือประมาณ 201.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับสินค้าที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ และนักธุรกิจต่างชาติ ครอบคลุมทั้ง ภาพยนตร์ แอนิเมชัน ซีรีส์ Boys’ Love (BL) และ Girls’ Love (GL) งานโปรดักชัน เกม และคอนเทนต์เซอร์วิส สะท้อนโอกาสของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการขายผลงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงการขายลิขสิทธิ์ การผลิตร่วม การลงทุน และบริการด้านการผลิต

หากพิจารณากลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงาน ตลาดที่ให้ความสนใจคอนเทนต์ไทยมากสุด 5 อันดับแรก คือ จีนไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐ นอกจากนี้ ยังไก้รับความสนใจจากแพลตฟอร์มระดับโลก รวมถึง Production House ที่เพิ่งเริ่มต้นและอาจไม่มีโอกาสเข้าถึงผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโลกได้โดยตรง

อีกทั้ง แพลตฟอร์มระดับโลกเข้ามาร่วมงานด้วยตัวเอง เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะ Big Player ไม่ได้สนใจว่าเราเป็นบริษัทเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่เขาดูว่าคอนเทนต์น่าสนใจหรือไม่ และมีตลาดรองรับหรือเปล่า

นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วขึ้น โดยเฉพาะ AI ยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สถานที่ และเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างภาพยนตร์หรือซีรีส์ได้มากขึ้น ทำให้โครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมคอนเทนต์เปิดโอกาสให้บริษัทขนาดเล็กเข้าสู่ตลาดได้มากกว่าเดิม

“Thailand Content Market จึงมีบทบาทเป็น Marketplace ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงผู้ซื้อ นักลงทุน และแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ระดับโลก โดยไม่ต้องแข่งขันกันด้วยขนาดของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันด้วยคุณภาพและศักยภาพของคอนเทนต์”

ทั้งนี้ คาดว่าการขยายงานในปี 2570 จะช่วยเพิ่มทั้งจำนวนผู้จัดแสดง ผู้ซื้อ คู่ค้า นักลงทุน และผู้เล่นในอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ พร้อมเชื่อมคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ เข้าหากันมากขึ้น ตั้งแต่หนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน เกม ไปจนถึงทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยต่อยอดผลงานและสร้างรายได้จากตลาดโลกได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น.

“ผลตอบรับจากการจัดงานครั้งแรกเป็นไปในเชิงบวก โดยโครงสร้างของงานสามารถรวบรวมเซ็กเตอร์ต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ได้ค่อนข้างครบถ้วน และมีผู้ซื้อ คู่ค้า รวมถึงนักธุรกิจต่างประเทศที่เป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมโดยตรง กรมมั่นใจว่าจะจัดงานต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้กลายเป็นงานหลักของอาเซียน และเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดเอเชีย ซึ่งขณะนี้ไทยเป็นอันดับ 7-8 ของเอเชียที่มีการขยายตัวได้เร็วในอุตฯนี้ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดย Thailand Content Market 2027 มีกำหนดจัดวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2570 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยขยายพื้นที่เป็น 3 ฮอลล์ รองรับกิจกรรม Business Matching เต็มรูปแบบ”นายพรวิช กล่าว

นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA หน่วยงานรวมจัดงานดังกล่าว กล่าวว่า ผลการจัดงานครั้งแรกสะท้อนโอกาส ในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจคอนเทนต์ที เชื่อมผู้ประกอบการไทย เข้ากับเครือข่ายระดับโลก พร้อมยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการซื้อขาย การลงทุน และการผลิตร่วมด้านคอนเทนต์ของภูมิภาค และมีโอกาสขยายตัวเป็นอันดับต้นๆในเอเชีย รวมถึงขยายตลาดส่งออกทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP ของไทย และเพิ่มความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมในระยะยาว

ทั้งนี้ภาพรวมธุรกิจคอนเทนต์และมีเดียของไทย ตั้งแต่ต้นนำ้ถึงปลายนำ้ มีมูลค่า 6-7 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อรวมทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวมีช่องทางสร้างรายได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การขายคอนเทนต์และลิขสิทธิ์ การลงทุนจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ การต่อยอดคอนเทนต์เป็นกิจกรรมแฟนมีตติ้ง ไปจนถึงการสร้าง Merchandise และมูลค่าจากศิลปินหรือคาแรกเตอร์

อีกมิติหนึ่งคือโครงสร้างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ซึ่งมี SMEs อยู่จำนวนมาก ทำให้การสร้างพื้นที่เชื่อมบริษัทเหล่านี้เข้ากับตลาดและผู้ซื้อรายใหญ่มีความสำคัญต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม และกำลังผลักดันแต่ละจังหวัด เห็นถึงความสำคัญคอนเทนต์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน