ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนก.ค. 2569 สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนก.ค. 2569 เท่ากับ 112.8 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 โดยมีสาเหตุสำคัญ จากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่ง จากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รายละเอียดดังนี้
หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 4.7 จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 0.2 จากการสูงขึ้นของ
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และปูนกาวซีเมนต์ เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 9.3 คอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้นร้อยละ 0.2 จากการสูงขึ้นของเมทัลชีท ชีทไพล์เหล็ก ท่อเหล็กดำ และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต เศษเหล็ก) สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 3.2 จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคาเนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น
หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 1.8 จากการสูงขึ้นของสีน้ำอะคริลิคทาภายนอก สีเคลือบน้ำมัน และสีทาเคลือบพื้น Epoxy สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซีเรซิน ตัวทำละลาย) หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 2.6 จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ราวแขวนผ้าติดผนัง และที่ปัสสาวะเซรามิก
เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 12.6 จากการสูงขึ้นของสายไฟทุกชนิด อาทิเช่น สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY และสายไฟฟ้า VCT ตามราคาวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ในตลาดโลกที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง และท่อพีวีซีสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก) สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 13.0 จากการสูงขึ้นของยางมะตอยที่ราคาปรับตามราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงและความไม่แน่นอน และวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) ราคาสูงขึ้นตามต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในเครื่องจักร
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากหลายปัจจัย ดังนี้ 1) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค (ตะวันออกกลาง และรัสเซีย – ยูเครน) มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนสูง
2) ราคาทองแดงในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและการก่อสร้าง Data Center เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของสายไฟฟ้าทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้น 3) ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐ