PROUD เผยผลงานไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 314% จากปีก่อน ขณะที่ครึ่งปีแรกกำไร 161 ล้านบาท โต 78% หลังทยอยโอนโครงการรมย์ คอนแวนต์ และ เวหา หัวหิน หนุนรายได้และมาร์จิ้น ขณะที่แบ็คล็อก 4,008 ล้านบาท รองรับการเติบโตถึงปี 2571 พร้อมลดหนี้เหลือ 1.1 เท่า มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่องจากการเร่งโอนและพอร์ตโครงการคุณภาพสูง

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,729 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 314%

ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 2,994 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78%

โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการรมย์ คอนแวนต์ ซึ่งเริ่มโอนในช่วงเดือนพ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ควบคู่กับการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องของโครงการเวหา หัวหิน ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากโครงการที่บริษัทพัฒนาเองเพิ่มขึ้น และช่วยผลักดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ บริษัทสามารถบริหารต้นทุนการพัฒนาโครงการ วางแผนการลงทุน และควบคุมคุณภาพตั้งแต่การก่อสร้าง ควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่าย และต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 6.2% จาก 1.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ไตรมาส 1/2569 ชี้ว่า แม้จำนวนและมูลค่าการโอนทั่วประเทศจะเติบโต 11.2% และ 3.1% แต่ใบอนุญาตจัดสรรและใบอนุญาตก่อสร้างกลับหดตัวลงถึง 45.7% และ 50.2%

สะท้อนความเปราะบางของกำลังซื้อและการเปิดโครงการใหม่ การเติบโตของกำไรสุทธิและอัตรากำไรของ PROUD จึงตอกย้ำประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นโครงการคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์ เหนือกว่าการแข่งขันด้านราคาและปริมาณ

ขณะที่ยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีมูลค่ารวม 4,008 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2569 ถึงปี 2571 รองรับการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลงมาอยู่ที่ 1.1 เท่า จาก 1.9 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งการลดลงของภาระหนี้อย่างมีนัยสำคัญ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงมีกระแสเงินสดอยู่ในระดับที่ดี สามารถรองรับการขยายธุรกิจและพัฒนาโครงการใหม่ได้ทันทีเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม

“แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญปัจจัยท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ บริษัทเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการ รมย์ คอนแวนต์ รวมถึงแบ็คล็อกคุณภาพที่แข็งแกร่ง” นายพสุ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน