ออมสิน เพิ่มสินเชื่อ EV อีก 5,000 ล้าน-ลุยปล่อยกู้ติดโซลาร์เซลดอกต่ำ

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นั้น ในส่วนของสินเชื่อเพื่อจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารออมสินเตรียมไว้รอบแรก 5,000 ล้านบาทได้มีการจัดสรรจนเต็มวงเงินแล้ว ขณะที่ล่าสุดธนาคารออมสินได้เพิ่มวงเงินสินเชื่ออีก 5,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการซื้อรถ EV ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าจะถูกใช้เต็มวงเงินในเร็วๆ นี้

“สินเชื่อ EV ของธนาคารได้กระแสตอบรับดีมาก วงเงินก้อนแรก 5,000 ล้านบาทจัดสรรเต็มวงเงินแล้ว และธนาคารได้เพิ่มวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งหากถูกใช้เต็มวงเงินก็สามารถพิจารณาเพิ่มวงเงินได้อีก”

ขณะที่ในส่วนของการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะเป็นธนาคารหลักในการดูแลสินเชื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้แก่ประชาชน โดยในช่วง 1 เดือนเศษที่ผ่านมามีลูกค้าขอสินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์ไปแล้วประมาณ 1,000 ราย

สำหรับโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์โครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นรัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยและอุดหนุนในส่วนของค่าติดตั้งให้ ในขณะที่ธนาคารจะเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

“ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดตัวเลขอัตราดอกเบี้ยที่แน่ชัด แต่คาดว่าจะไม่แพงอย่างแน่นอน”

นายทรงพล เปิดเผยต่อว่า การติดโซลาร์เซลล์เปรียบเสมือนการลงทุนที่ต้องทำความเข้าใจ โดยผู้ที่เหมาะสมจะคุ้มทุนไวคือบ้านที่ใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันไม่น้อยกว่า 50% และหลังคาบ้านต้องหันในทิศทางที่เหมาะสมและไม่มีเงาตึกบัง

“ปัจจุบันอุปกรณ์มีราคาถูกลงมาก หากเข้าเกณฑ์ดังกล่าว จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 7 ปี ในขณะที่แผงโซลาร์มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20-25 ปี ทำให้ระยะเวลาที่เหลือถือเป็นการสร้างรายได้และลดรายจ่าย”

นายทรงพล เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานและการปล่อยสินเชื่อใหม่ในช่วง 8 เดือนแรกของปีธนาคารสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ มียอดการปล่อยสินเชื่อเติบโตขึ้นอย่างในทุกเซกเมนต์ (Segment) ไม่ว่าจะเป็น

สินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท

สินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV Loan) ในเฟสแรกวงเงิน 5,000 ล้านบาทได้รับการตอบรับอย่างมาก จนใช้วงเงินหมดเกลี้ยง ส่งผลให้ธนาคารต้องอนุมัติวงเงินเพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท

สินเชื่อซัพพลายเชน (Supply Chain) และพลังงานสะอาด มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีที่ผ่านมา โดยเน้นกลุ่มผู้ค้าฝั่งพลังงาน กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยขณะนี้มีการขอสินเชื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดแล้วกว่าหลักพันราย

ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมากคือต่ำกว่า 4% และสัดส่วน NPL มีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เติบโตขึ้นตามที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมและความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้นของกลุ่มลูกค้ารายย่อย

ขณะเดียวกัน ธนาคารจะมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.7 – 1.9% เป็นระดับที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ทั้งหมดในระบบการเงิน เนื่องจากธนาคารดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้กู้เงินหลายกลุ่ม และปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อดูแลผู้ฝากเงิน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน