ดีอี เปิดงาน Gov Cloud 2026 เดินหน้าขยายระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เร่งสร้าง National Cloud ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ตั้งเป้าหมายสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมทั้งคลาวด์

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที (NT) จัดงานสัมมนา GOV Cloud 2026 : Digital Infrastructure for the Government of the Future สะท้อนความก้าวหน้า ศักยภาพ และโอกาสของเทคโนโลยีคลาวด์ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัล ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการใช้งานไอทีภายใต้โครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC ขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนความตื่นตัวของหน่วยงานภาครัฐ ในการใช้งานคลาวด์เพื่อพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

โดยปัจจุบันคลาวด์กลาง GDCC ให้บริการรองรับโครงการสำคัญของภาครัฐในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเกษตร การสาธารณสุข การศึกษา การวิจัยและพัฒนา และอื่น ๆ รวมกว่า 4,000 ระบบงาน รวมถึงระบบงานใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การใช้งานคลาวด์ GDCC ที่เติบโตดังกล่าว ได้ส่งผลให้โครงสร้างระบบงานภาครัฐของประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในเชิงโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับในปี 2570 ประหยัดงบประมาณจากการจัดซื้อแบบรวมศูนย์ ไม่น้อยกว่า 30% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,134 ล้านบาท

“เป้าหมายที่ท้าทายในระยะต่อไปของ GDCC คือการยกระดับการทำงานบนคลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์และเน้นการเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันมากยิ่งขึ้น โดยแนวทางหลักในการพัฒนาคลาวด์กลาง GDCC กระทรวงดีอีได้มุ่งเน้น National Cloud โดยรูปแบบการจัดหาแบบรวมศูนย์ ซึ่งตอบโจทย์การใช้จ่ายงบประมาณด้านดิจิทัลของภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมการกำหนดกรอบและแนวทางการจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป้าหมายสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบในการตอบสนองยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล” นายไชยชนกกล่าว

นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายความร่วมมือพันธมิตร เป็นการยกระดับภาพรวมของคลาวด์กลาง GDCC เป็นระบบนิเวศคลาวด์กลางภาครัฐขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และขยายศักยภาพในทุกมิติ ทั้งบริการระดับ IaaS (Infrastructure as a Service) รองรับแนวโน้มการเติบโตของข้อมูลภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น

และโครงสร้างพื้นฐาน GPU ที่แข็งแกร่งเพื่อการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ Big Data ขณะที่บริการในระดับ PaaS (Platform as a Service) และ SaaS (Software as a Service) ได้เพิ่มตัวเลือกทั้งแพลตฟอร์ม Data Base และบริการซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย

เพื่อเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพของภาครัฐในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น รองรับการพัฒนาบริการที่เร่งด่วนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการออกแบบและสร้างนวัตกรรมบริการใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับประชาชน

คลาวด์กลาง GDCC ถือเป็นรากฐานสำคัญที่กระทรวงดีอี จะสนับสนุนรัฐบาล และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรวมทั้งคลาวด์ ร่วมทำงานกับ พันธมิตร โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และ คำนึงถึงประเทศไทยระยะยาว

ด้าน นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวเสริมว่า แนวทางบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล National Cloud ให้ความสำคัญสูงสุดในด้านความปลอดภัยของการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลภาครัฐ

ซึ่งระบบคลาวด์ GDCC นอกจากมีโครงสร้างทางกายภาพที่แข็งแกร่งพร้อมระบบ Cyber Security มาตรฐานสากล ในการเป็นโครงสร้างข้อมูลภาครัฐที่มั่นคงปลอดภัยของประเทศ สามารถปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ปัจจุบันเพิ่มความซับซ้อนรุนแรงมากขึ้น

GDCC ยังเน้นการรักษาแนวปฏิบัติที่เข้มงวดตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ.2567 ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายนนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน