พาณิชย์ เบรกนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 6 แสนตัน พยุงราคาในประเทศ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ว่า องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ยกเลิกแนวทางการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ปริมาณ 600,000 ตันแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเริ่มคลี่คลายและสามารถเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ทำให้ปัจจุบันไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าตามแนวทางดังกล่าว

ส่วนการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้โควตาองค์การการค้าโลก (WTO) ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ประกอบการที่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือวัตถุดิบทดแทนสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในสัดส่วน 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความต้องการใช้วัตถุดิบของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์กับผลผลิตของเกษตรกรไทย ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวสาลีก่อนหน้านี้มีปริมาณเกือบ 1 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณที่สามารถนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้กรอบที่เกี่ยวข้องมีเหลือไม่มาก

สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ปริมาณ 120,000 ตันนั้น ไม่ใช่โควตานำเข้าใหม่ แต่เป็นการนำเข้าภายใต้กรอบเดิม และยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 เช่นเดียวกัน

นายวิทยากร กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้กรมการค้าภายในกำกับดูแลการนำเข้าและการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้การนำเข้ากระทบต่อผลผลิตและราคาข้าวโพดในประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงงานอาหารสัตว์บริหารจัดการและชะลอการนำเข้าให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาด

ล่าสุด กรมการค้าภายในได้รับแจ้งแผนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงเดือน ต.ค. 2569 ประมาณ 120,000 ตัน และได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการพิจารณาชะลอการนำเข้าไปจนถึงเดือน ม.ค. 2570 เพื่อไม่ให้กระทบต่อการรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด โดยกรมฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและปรับการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับปริมาณผลผลิตและความต้องการใช้

“ขณะนี้ปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศยังเพียงพอต่อความต้องการใช้ จึงขอให้เกษตรกร โรงงานอาหารสัตว์ และผู้เกี่ยวข้องคลายความกังวล ขณะเดียวกัน การซื้อขายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อเกษตรกรและโรงงานอาหารสัตว์” นายวิทยากรกล่าว

ด้านการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบให้การรับซื้อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ทั้งการใช้เครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น การแสดงราคารับซื้อ และเงื่อนไขการรับซื้อ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเกษตรกรจะได้รับความเป็นธรรมและได้รับราคาตามคุณภาพผลผลิต

ล่าสุดได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในหลายจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 ได้ตรวจจุดรับซื้อในจังหวัดนครสวรรค์ 2 แห่ง พบว่าเครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่งน้ำหนักถูกต้อง มีการแสดงราคารับซื้อและหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน ขณะที่การตรวจในจังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2569 พบว่าจุดรับซื้อที่ตรวจสอบมีการแสดงราคาและใช้อุปกรณ์ที่ยังไม่สิ้นอายุการรับรอง

ด้านเรือโทวีระชัย โกสาแสง รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้มีความกังวลว่าผลผลิตในประเทศอาจลดลง และกระทบต่อวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

อคส.จึงได้กำหนดแนวทางการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน เพื่อรองรับกรณีสถานการณ์อุทกภัยยืดเยื้อ โดยกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้าต้องจัดเก็บไว้ในคลังสินค้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน และหากจะนำออกไปประกอบธุรกิจต้องได้รับอนุญาตจาก อคส. ก่อน เพื่อให้การใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผลิตได้ในประเทศเป็นลำดับแรก

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มคลี่คลาย และผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศสามารถเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น กระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) จึงพิจารณาร่วมกับ อคส. และเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวต่อไป จึงได้ระงับและยกเลิกประกาศดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ หากในฤดูกาลถัดไปเกิดสถานการณ์ที่ทำให้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่เพียงพอ และมีความจำเป็นต้องนำเข้าตามแนวทางดังกล่าว จะต้องมีการพิจารณาและขออนุญาตดำเนินการใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน