สศค. เผย เศรษฐกิจไทย ก.ค. 69 ได้แรงหนุน ส่งออกโต-ท่องเที่ยวในประเทศ ดัชนีอุตสาหกรรมพลิกบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จับตาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนก.ค. 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนก.ค. 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในระยะ 4 เดือนของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว
ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางตลาดเงินและตลาดทุน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 17.4 และ 4.6 ตามลำดับ
สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 8.2 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนก.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.8 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและราคาน้ำมันที่ลดลง สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของความเชื่อมั่น แม้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังคงมีความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ลงทุนเอกชนเริ่มดี นำเข้าสินค้าทุนพุ่ง 33.8%
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนก.ค. 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 33.8
ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนก.ค. 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -10.9 แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.1
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.3 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 1.1
ส่งออกไทยแรงต่อเนื่อง 25 เดือน
มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนก.ค. 2569 อยู่ที่ 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 21.6 และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
ขณะเดียวกันหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ
นอกจากนี้ ยางพารากุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง และไก่แปรรูปขยายตัว ในขณะที่การส่งออกน้ำตาลทราย รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ทวีปออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีนโดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 45.3 28.9 21.3 และ 15.2 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง ลดลงร้อยละ -6.5 และ -12.1 ตามลำดับ
เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศและการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัวโดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือน ก.ค. 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 23.0 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 4.9 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 1.7
ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม ในเดือนก.ค. 2569 จำนวน 2.55 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -2.5 แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 12.4
เกษตรหด 1.5% มันฯ-ข้าวโพด-ปาล์มฉุด
ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนก.ค. ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -1.5 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -0.9ตามการลดลงในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ มันสำปะหลัง ข้าวโพด และปาล์มน้ำมัน
อุตฯ พลิกบวกครั้งแรกรอบ 4 เดือน
อย่างไรก็ดี ผลผลิตยางพาราและกลุ่มไม้ผลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.5 ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในระยะ 4 เดือน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.8
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนก.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 88.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนก.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.2 จากระดับ 53.6 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งค่าดัชนีอยู่เหนือระดับ 50.0 สะท้อนว่าการผลิตอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะขยายตัว
เงินเฟ้อ-หนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบ
เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ค. 2569 อยู่ที่ร้อยละ 1.95 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.34 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2569 อยู่ที่ร้อยละ 66.9 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 275.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือน ก.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 52.6 จุด ค่าดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัว
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือน ก.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 52.1 จุด ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 52.2 จุด แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ทิศทางของภาคการผลิตที่ยังคงขยายตัว
ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือน ก.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 52.5 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.7 จุด บ่งชี้ทิศทางของภาคบริการที่ยังคงขยายตัว
เที่ยวไทยคึกคัก แต่ต่างชาติยังชะลอ
สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยวยังมีทิศทางชะลอลง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ ยังมีทิศทางที่เข้มงวดขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์เงินเฟ้อ ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดรวมถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้ายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า
ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุดยังมีการเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 59,753.33 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ มีการซื้อสุทธิ 645.13 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนส.ค. 2569 (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1–25 ส.ค. 2569) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 15,071.02 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปี (YTD) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิอยู่ที่ 19,004.12 ล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 14.92 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนส.ค. 2569 นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 2,377.08 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิ 87,298.62 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 297.77 ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 9,000.61 ล้านบาท
สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 25 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 957.82 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิรวม 16,640.24 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 59,293.90 ล้านบาท ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ พบว่าในวันที่ 25 ส.ค. 2569 นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิ 2,283.00 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงถือสถานะซื้อสุทธิรวม 10,523.23 ล้านบาท สะท้อนว่ากระแสเงินทุนในตลาดตราสารหนี้ยังมีความผันผวน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่อยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน