“สุริยะ” หารือเอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำไทย เดินหน้าขยายความร่วมมือเกษตรและอาหาร รับวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันสินค้าเกษตรมาตรฐานสูง อาหารฮาลาล และนวัตกรรมเกษตรไทยสู่ตลาดตะวันออกกลาง พร้อมใช้บาห์เรนเป็น Gateway สู่กลุ่ม GCC ขณะที่ไทยเปิดประตูสู่อาเซียนให้บาห์เรน

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นายเคาะลีล ยะอ์กูบ อัลคัยยาฏ (H.E. Mr. Khalil Yaqoob Alkhayat) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย

โดยมี นายชัย วัชรงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้องทรงนาค) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยและบาห์เรนมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมายาวนาน โดยในปีนี้จะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคตเพิ่มเติม

อีกทั้งขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหารสำหรับสินค้าเกษตรคุณภาพและอาหารฮาลาล ซึ่งไทยพร้อมจะเป็นแหล่งผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพที่เชื่อถือได้เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ของบาห์เรน

ขณะเดียวกัน ฝ่ายบาห์เรนเห็นว่าประเทศไทยมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการเกษตร และได้เสนอความร่วมมือด้านการเกษตรครอบคลุมสาขาต่าง ๆ ด้านพืช ปศุสัตว์ สุขอนามัยสัตว์ และด้านอื่น ๆ โดยฝ่ายไทยยินดีพิจารณาโครงการความร่วมมือ โดยใช้กลไกความร่วมมือด้านการเกษตรที่ได้ลงนามไปเมื่อปี 2560

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยบาห์เรนสามารถเป็นประตูและเชื่อมโยงการค้า-การลงทุนของไทยสู่กลุ่มประเทศ GCC (ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี คูเวต กาตาร์ บาห์เรน และ โอมาน) และภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่ฝ่ายไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน (Gateway to ASEAN) ให้แก่บาห์เรนเช่นกัน

“ภาคการเกษตรเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ทั้งในมิติของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน ความมั่นคงทางอาหาร และการสร้างรายได้จากการค้าระหว่างประเทศ”

นายสุริยะ กล่าวและว่าปัจจุบันรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะ “ครัวของโลก” ไทยพร้อมที่จะสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ของบาห์เรนด้วยการส่งออกสินค้าเกษตรมาตรฐานสูง สินค้าเกษตรนวัตกรรม และอาหารฮาลาลคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน