ครม. ทุ่มงบ 1.06 แสนล้าน เดินหน้ารถไฟทางคู่สายใต้ 3 โครงการ
นางสาวพลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวนรวม 6 โครงการ
แบ่งเป็นการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 106,798.32 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณรายปี และกระทรวงการคลังจะจัดหาแหล่งเงินกู้พร้อมค้ำประกันภายในประเทศตามความเหมาะสม
เพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ทั้ง 3 โครงการที่ได้รับอนุมัติให้เดินหน้าก่อสร้าง ประกอบด้วย
1. ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท
2. ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท
3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท
ส่วนสาเหตุที่มีการปรับเพิ่มวงเงินโครงการจากเดิม กระทรวงคมนาคมรายงานว่า รฟท. จำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียดโครงการสายใต้ทั้ง 3 โครงการ เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวน และควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ทั้งการปรับรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟ การแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน รวมถึงการวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้
นอกจากนี้ ยังต้องปรับปรุงราคาก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันตามต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงปรับค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง และค่าชดเชยพืชผลต้นไม้ตามราคาประเมินปัจจุบัน
พร้อมปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างจากเดิม 2.25% เป็น 2.75% ของค่าก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
การปรับรายละเอียดดังกล่าวทำให้วงเงินโครงการเพิ่มขึ้นจากที่เคยเสนอ ครม. เมื่อปี 2568 โดยช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี เพิ่มจาก 30,422.53 ล้านบาท เป็น 36,892.32 ล้านบาท หรือเพิ่ม 6,469.79 ล้านบาท
ช่วง ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เพิ่มจาก 7,772.90 ล้านบาท เป็น 8,371.45 ล้านบาท หรือเพิ่ม 598.55 ล้านบาท
ส่วนโครงการ สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา เดิมมีวงเงินรวม 66,270.51 ล้านบาท ปรับเป็น 77,556.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,186.46 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กรอบวงเงินสูงเกินไปจนกระทบต่อระยะเวลาการก่อสร้างโดยรวม รฟท. เห็นควรก่อสร้างเฉพาะช่วง สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาทก่อน และชะลอช่วง ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา วงเงิน 15,922.42 ล้านบาท ออกไปจนกว่าจะสามารถผลักดันผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ
นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบในหลักการโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีก 3 โครงการ ได้แก่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ และช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี
โดยสั่งการให้ รฟท. เร่งทบทวนความเหมาะสมของโครงการ พร้อมจัดทำกลยุทธ์การตลาดและแผนธุรกิจอย่างรัดกุม ตามข้อสังเกตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เนื่องจากประเมินว่า ประมาณการผู้โดยสารและปริมาณสินค้าอาจยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ก่อนรวบรวมข้อมูลเสนอขออนุมัติโครงการต่อ ครม. ในโอกาสต่อไป