ขสมก. ผนึก นครชัยแอร์ และกลุ่ม EA-NEX เผยความคืบหน้าความพร้อมรถเมล์ไฟฟ้าล็อตแรก ยกระดับบริการและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมลุยเฟส 2 อีก 800 คัน
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ได้นำคณะสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า ณ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกอบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV)
โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับและนำชมสายการผลิตอย่างใกล้ชิด นำโดย นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก., นายนพดล นิ่มพัชราวุธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด และ นายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)
ก้าวสำคัญสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด
ขสมก. เดินหน้ายกระดับคุณภาพการให้บริการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ด้วยการจัดหารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน มาทดแทนรถเมล์เก่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนทยอยรับมอบรถเพื่อนำมาวิ่งให้บริการในช่วง เดือนมีนาคม 2570 เป็นต้นไป
“ภารกิจสูงสุดของ ขสมก. คือการบริการที่รวดเร็วและปลอดภัย การเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV นอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงให้องค์กรได้มหาศาลถึง 4,100 ล้านบาทต่อปี”
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนความพร้อมในทุกมิติ ทั้งมาตรฐานสากล การวางแผนเส้นทาง สถานีอัดประจุไฟฟ้า และการพัฒนาบุคลากร เพื่อตอบสนองนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
เจาะลึกสเปกและแผนการดำเนินงาน
ดีไซน์เพื่อทุกคน (Universal Design) : ออกแบบคำนึงถึงความปลอดภัย ติดตั้งแบตเตอรี่บนหลังคารถเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง และมีประตูทางหนีไฟ 3 จุด
สถานีชาร์จ : เร่งพัฒนาอู่จอดและสถานีชาร์จ 12 แห่ง ใช้เวลาชาร์จเพียง 3 ชั่วโมงต่อคัน
การทดสอบระบบ : เตรียมนำรถโดยสารต้นแบบ 2 คัน ออกทดลองวิ่งจริงโดยพนักงาน ขสมก. เพื่อทดสอบความปลอดภัยในระยะเวลาอันใกล้นี้
แผนระยะถัดไป : เตรียมพิจารณาจัดหารถเมล์ไฟฟ้า เฟส 2 อีก 800 คัน เพื่อบรรจุในงบประมาณปี 2570 ต่อไป
“ขสมก. มุ่งหวังที่จะมอบบริการที่ดีเพื่อประชาชน การนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้ามาให้บริการจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ระบบขนส่งมวลชนของไทยมีความทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”