ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค. ดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สูงสุดนับตั้งแต่มี.ค. ชี้ไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นกำลังซื้อ ดันเม็ดเงินเข้าระบบ 1.4 แสนล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน และอยู่ในระดับสูงสุดนับรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2569 เป็นต้นมา

เนื่องจากผู้บริโภคคลายกังวลภาวะสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศชะลอลง รัฐบาลยังมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งมีเงินเข้ามาในระบบกว่า 1.4 แสนล้านบาทและพืชผลเกษตรก็ราคาดีช่วยเพิ่มกำลังซื้อประชาชน

“แม้ว่าดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคส.ค.จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ เดือนก.ย.-ต.ค. จะเป็นเดือนที่เป็นจุดเปลี่ยน และมีความท้าทาย เพราะไทยช่วยไทยจะหมดลง ขณะที่สงครามตะวันออกกลางประทุขึ้นอีกครั้งน้ำมันอาจเข้าใกล้ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งผู้บริโภคเริ่มกังวลเสถียรภาพของรัฐบาลเกี่ยวกับคดีความ อาจจะเป็นจุดเสี่ยงพลิกผันทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาทรุดตัวลงอีกครั้ง แต่หากไม่เกิดปัญหาการเมือง น้ำมันไม่แพงมาก เศรษฐกิจไทยอาจจะขยายตัวได้2.3%” นายธนวรรธน์ กล่าว

ด้านนางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนส.ค. 2569 ว่าดัชนีปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน จากระดับ 51.8 เป็น 53.2 แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง

ขณะที่นายวชิร คูณทวีเทพ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนส.ค.2569ว่า มีการปรับเพิ่มขึ้นทุกรายการ โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต ทั้งการบริโภค การลงทุน ท่องเที่ยว เกษตรกรรม มีเพียง 2 รายการที่ชะลอลงคือ ค้าชายแดนลดลง 0.6จุด และการจ้างานลดลง 0.6จุด ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยโดยรวม ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 41.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.3 จุด เนื่องจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสช่วยเพิ่มกำลังซื้อ การส่งออกยังขยายตัวดี และรัฐบาลประกาศคงภาษีแวตที่ 7% อีก 1ปี

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน