หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

รุจิระ นักกฎหมาย หวั่นปมขัดแย้งทำ กสทช.ติดหล่ม เตือนอย่าปล่อยองค์กรเดินต่อไม่ได้

9 ก.ย. 2569 - 11:27 น.

รุจิระ นักกฎหมาย หวั่นปมขัดแย้งทำ กสทช.ติดหล่ม เตือนอย่าปล่อยองค์กรเดินต่อไม่ได้ ห่วงชาติ-ประชาชนเสียประโยชน์

วันที่ 9 ก.ย.2569 นายรุจิระ บุนนาค นักกฎหมายชื่อดัง กล่าวแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. หลังกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีความเห็นต่างเกี่ยวกับสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ส่งผลให้การประชุมหลายครั้งไม่ครบองค์ประชุม และวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

นายรุจิระ กล่าวว่า กสทช.เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อประเทศ ทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ

“สถานการณ์ของ กสทช. ในขณะนี้เปรียบเสมือนรถยนต์ที่เข้าเกียร์ว่าง ไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เพราะการประชุมเพื่อพิจารณาและลงมติในเรื่องสำคัญไม่สามารถเกิดขึ้นได้” นายรุจิระกล่าว

ความขัดแย้งดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากยังปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช.

นายรุจิระ ตั้งข้อสังเกตทั้งในด้านข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือชี้แจงว่า ในช่วงเวลาที่เป็นประเด็น ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของโรงพยาบาลรามาธิบดีหรือมหาวิทยาลัย จึงยังเป็นข้อโต้แย้งว่ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายจริงหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ ว่า เมื่อกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้น บุคคลที่ได้รับการสรรหาได้รับความเห็นชอบและได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว คณะกรรมการสรรหาฯ ยังมีอำนาจกลับมาวินิจฉัยในลักษณะที่ส่งผลให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งได้หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่ควรได้รับการวินิจฉัยให้ชัดเจน

ต่อมา ศ.คลินิก นพ.สรณ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ หลังศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งที่ 952/2569 กลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา

คำสั่งดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยในชั้นรับฟ้องว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี ทำให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครอง ยังไม่ใช่คำพิพากษาชี้ขาดว่าคณะกรรมการสรรหาฯ มีหรือไม่มีอำนาจ และยังไม่ได้วินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือสถานะของประธาน กสทช. ในเนื้อหาคดี

นายรุจิระ กล่าวว่า สำหรับสถานะการปฏิบัติหน้าที่นั้น เมื่อคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาและ ณ เวลาที่แสดงความเห็นยังไม่ปรากฏพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง จึงเห็นว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไป ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อโต้แย้งทางกฎหมายระหว่างแต่ละฝ่ายและยังไม่มีคำพิพากษาชี้ขาดในเนื้อหาคดี

ขณะที่กรรมการ กสทช. ฝ่ายที่ไม่เข้าร่วมประชุมเคยชี้แจงว่า ยังคงพร้อมปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ประสงค์เข้าร่วมการประชุมที่มี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธาน เนื่องจากกังวลว่ามติที่ประชุมอาจถูกโต้แย้งเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย และต้องการให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของประธานก่อน

ดร.รุจิระ กล่าวว่า ผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในองค์กร แต่กำลังทำให้วาระสำคัญของประเทศต้องหยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็นโรดแมปรองรับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่จะหมดอายุ การจัดสรรคลื่นความถี่ชุดใหม่ การกำกับคุณภาพและราคาค่าบริการโทรคมนาคม โครงการด้านปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนการรักษาสิทธิในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมของประเทศไทย

นอกจากนี้ ภารกิจที่ กสทช. ขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล การแพทย์ทางไกลและสุขภาพดิจิทัล ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการเข้าถึงบริการของคนพิการ ล้วนต้องอาศัยการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง

“หากกรรมการ กสทช.ยังไม่เข้าร่วมประชุมหรือวอล์กเอาต์ วาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ และผู้ที่เสียประโยชน์ท้ายที่สุดคือประชาชน” นายรุจิระกล่าว

นายรุจิระ กล่าวว่า กรรมการ กสทช. มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมาย การไม่ปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายอาจนำไปสู่การตรวจสอบความรับผิดตามกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม การจะถือเป็นความผิดหรือมีความรับผิดทางแพ่งหรืออาญาหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เหตุผลในการไม่เข้าร่วมประชุม เจตนา และองค์ประกอบของกฎหมายเป็นรายกรณี

ทุกฝ่ายจึงควรเร่งหาทางออกที่ชอบด้วยกฎหมายและทำให้การประชุมกลับมาเดินหน้าโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งเรื่องสถานะของบุคคลกลายเป็นอุปสรรคต่อภารกิจขององค์กร และทำให้ประเทศกับประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบ


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

รุจิระ นักกฎหมาย หวั่นปมขัดแย้งทำ กสทช.ติดหล่ม เตือนอย่าปล่อยองค์กรเดินต่อไม่ได้