คลัง เร่งพิจารณาต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 อีก 1-2 เดือน ลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นใช้จ่ายต่อเนื่อง หลังเฟสแรกเม็ดเงินหมุนเวียน 1.5 แสนล้านบาท
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังเร่งพิจารณาต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” เฟส 2 เนื่องจากสถานการณ์สงครามยังไม่ยุติ และราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยจะพิจารณาทั้งการต่ออายุและรูปแบบการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยังมีวงเงินสำหรับดำเนินโครงการเหลืออยู่ ขณะที่เสียงส่วนใหญ่จากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต้องการให้ขยายโครงการออกไปอีก 1-2 เดือน กระทรวงการคลังจึงเร่งพิจารณา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือภายในสิ้นเดือน ก.ย. 2569
นายเอกนิติ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการไทยช่วยไทยพลัสมาจากวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีการสู้รบและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งพิจารณามาตรการเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ปัจจุบันมีประชาชนใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสประมาณ 26 ล้านคน และผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน รวมประมาณ 40 ล้านคน ขณะที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการประมาณ 1.2 ล้านร้านค้า และมีเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 150,000 ล้านบาท
สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 16-17% อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กและรายย่อย สะท้อนว่าโครงการไม่ได้ช่วยเฉพาะประชาชนด้านค่าครองชีพ แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังซื้อและสร้างกำลังใจให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้และสามารถเดินหน้าขายสินค้าได้ต่อเนื่อง
นายเอกนิติ กล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าโครงการสามารถช่วยคนไทยลดค่าครองชีพได้มาก โดยเฉพาะในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ดังนั้น กระทรวงการคลังจะเร่งพิจารณาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว