หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

สสว. คุมเข้ม UBO สกัดสวมสิทธิ SME-GP ลุยแต้มต่อ 20%

11 ก.ย. 2569 - 14:43 น.

สสว. เดินหน้ายกระดับมาตรการ THAI SME-GP ใช้ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นโอกาสสร้างรายได้ให้เอสเอ็มอี ยกระดับ UBO ป้องกันสวมสิทธิเริ่ม 1 ต.ค.69

นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐุเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และโอกาสเติบโตให้เอสเอ็มอี จึงได้ร่วมกับกรมบัญชีกลางผลักดันมาตรการ THAI SME-GP ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อใช้กำลังซื้อของภาครัฐเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอี เข้าถึงตลาดและแข่งขันได้มากขึ้น

ผลจากมาตรการดังกล่าวทำให้เอสเอ็มอี มีโอกาสเข้าถึงตลาดภาครัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2568 เอสเอ็มอีมีสัดส่วนโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 59.45% ขณะที่สัดส่วนวงเงินสัญญาของเอสเอ็มอี อยู่ที่ 47.24% ในปี 2567 และเพิ่มเป็น 48.47% ในปี 2569 ขณะที่ ณ วันที่ 4 ก.ย. 2569 มีเอสเอ็มอีได้รับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 40,919 ราย สะท้อนว่าตลาดภาครัฐเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เอสเอ็มอี

สำหรับการยกระดับ THAI SME-GP ในระยะต่อไป สสว.จะเพิ่มทั้งโอกาสเข้าถึงตลาดและมาตรฐานการพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้โปร่งใสและเป็นธรรม โดยนำข้อมูล “ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากกิจการ” หรือ UBO มาใช้ตรวจสอบความเชื่อมโยงของธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการใช้แต้มต่อจากมาตรการโดยไม่ตรงวัตถุประสงค์ และสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่เท่าเทียม เริ่มดำเนินการ 1 ต.ค. 2569

การตรวจสอบจะพิจารณาความเชื่อมโยง 4 ด้าน ได้แก่ การถือหุ้นโดยตรง การถือหุ้นผ่านนิติบุคคลอื่น กรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนามร่วมกัน และผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงร่วมกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างกิจการตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กำหนด

ขณะเดียวกัน สสว.จะขยายสิทธิประโยชน์ให้เอสเอ็มอี สามารถเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินสัญญาสะสมสูงสุดไม่เกิน 500 ล้านบาท จากเดิมที่เน้นโครงการขนาดเล็กลง พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านราคา โดยเอสเอ็มอีได้สิทธิพื้นฐาน 10% สินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือ Made in Thailand (MiT) ได้เพิ่ม 5% และผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรมและจดทะเบียนระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax ได้เพิ่มอีก 5% รวมสิทธิประโยชน์สูงสุด 20% มีผล 1 ต.ค. 2569

แนวทางดังกล่าวสอดรับกับนโยบาย “SME Journey” ของรัฐบาลที่ต้องการลดข้อจำกัดของเอสเอ็มอี ทั้งการเข้าถึงตลาดภาครัฐ การพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเป้าหมายคือทำให้ตลาดภาครัฐเป็นอีกช่องทางสำคัญในการเติบโตของเอสเอ็มอี ควบคู่กับการกำกับการใช้สิทธิให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ มีมาตรฐาน โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้มาตรการภาครัฐเกิดประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์อย่างเต็มที่


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

สสว. คุมเข้ม UBO สกัดสวมสิทธิ SME-GP ลุยแต้มต่อ 20%