OR ชี้ Q4/2569 ความต้องการใช้น้ำมันฟื้น เร่งเจรจาโรงกลั่นปรับต้นทุนรับโครงสร้างราคาใหม่ ชั่งน้ำหนักขายกิจการในกัมพูชาหรือเดินหน้าต่อ

นายนิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ความต้องการใช้น้ำมันในไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ตามฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1/2570 จากการเดินทางช่วงเทศกาลปลายปีและต้นปี ส่วนทิศทางปี 2570 ยังต้องติดตามราคาน้ำมันตลาดโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยหากราคาน้ำมันกลับมาอยู่ที่ประมาณ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น จะช่วยหนุนการบริโภคน้ำมันให้ขยายตัว

สำหรับทิศทางราคาน้ำมันโลก ผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันหลายประเทศประเมินว่ามีโอกาสปรับลดลงจากระดับปัจจุบัน แต่ไม่น่ากลับไปต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมี 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ ราคาลดลงสู่ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเดือน ก.พ. 2570 ราคาทรงตัวบริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคายืนสูงในช่วง 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความผันผวนดังกล่าวยังเป็นความเสี่ยงต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะไทยที่ยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาขายปลีก ซึ่งปัจจุบันมีสถานะติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท ภาครัฐจึงต้องบริหารสมดุลระหว่างการบรรเทาภาระค่าครองชีพกับการรักษาสภาพคล่องของกองทุนฯ

ขณะเดียวกัน กรณีกระทรวงพลังงานเตรียมปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยตัดต้นทุนทิพย์ออกจากสูตรคำนวณ ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันต้องปรับตัว โดย OR อยู่ระหว่างเจรจากับโรงกลั่น เพื่อปรับลดต้นทุนการจัดซื้อน้ำมันให้สอดคล้องกับโครงสร้างราคาใหม่ตามนโยบายภาครัฐ

ส่วนธุรกิจในกัมพูชา OR กำลังพิจารณาว่าจะถอนกิจการหรือดำเนินธุรกิจต่อ หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ในตลาด โดยยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการ PTT Station ลดลงประมาณ 70% เช่นเดียวกับยอดขายร้านกาแฟ Café Amazon ที่ลดลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ขณะที่เครือข่ายสถานีบริการซึ่งเดิมมีประมาณ 200 แห่ง ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 100 แห่ง หลังดีลเลอร์ท้องถิ่นทยอยเปลี่ยนแบรนด์ ทำให้ธุรกิจหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย OR จะพิจารณาความคุ้มค่าในการขายกิจการเป็นหลัก หากเดินหน้าต่อจะต้องมีแนวทางบริหารต้นทุนและผลประกอบการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ธุรกิจสร้างผลขาดทุนในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน