ชี้ ไทยควรใช้จุดแข็งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เชื่อมต่อองค์ประกอบต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ สร้างมาตรฐาน และความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาล
นางสาวพรพิมล มะหะหมัด ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากเศรษฐกิจฮาลาลโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี พ.ศ. 2572 การใช้จ่ายของผู้บริโภคมุสลิมใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหารฮาลาล แฟชั่น การท่องเที่ยว ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง สื่อและนันทนาการ จะมีมูลค่ารวมประมาณ 3.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ฉายภาพโอกาสทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมสินค้าและบริการหลากหลายประเภทที่ประเทศไทยมีศักยภาพ
ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งค่อนข้างครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งภาคเกษตร อาหาร เครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ แฟชั่นและสิ่งทอ รวมถึงภาคบริการและการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันเราก็มีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบตรวจสอบที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ฮาลาลได้
สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการเชื่อมองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ เริ่มจากวิทยาศาสตร์ (Science) เป็นรากฐานองค์ความรู้ในการวิเคราะห์ทดสอบ นำไปสู่ Innovation เพื่อพัฒนาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ ๆ บูรณาการการใช้ประโยชน์โดยภาคอุตสาหกรรม และสุดท้ายต้องเชื่อมกับตลาด เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะที่การจัดงาน Thailand Halal Assembly (THA) 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 ในปีนี้ ภายในงานยังมีการประชุมวิชาการ Halal Science, Industry and Business (HASIB) Conference ครั้งที่ 19 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและอุตสาหกรรมฮาลาล
โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Halal ResiliScience ซึ่งมาจาก Resilience และ Science เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการปรับตัวของระบบฮาลาล โดยมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่ง Thailand Halal Assembly จะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ขณะที่ Bangkok Halal Expo จะเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ การค้า และการลงทุน
“เมื่อสองส่วนนี้มาอยู่ด้วยกัน ผู้ประกอบการจะได้เห็นว่างานวิจัย หรือเทคโนโลยีอะไร สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิตของตนเองได้ ขณะเดียวกันนักวิจัยก็จะได้เห็นโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม และตลาด นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ และการเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย” นางสาวพรพิมล กล่าว
ด้านนายสุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารการจัดงาน Bangkok Halal Expo 2026 กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยมีทั้งศักยภาพด้านการผลิต องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และมาตรฐานที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้า และบริการแล้ว
อีกโจทย์สำคัญคือการนำศักยภาพเหล่านี้ ไปเชื่อมต่อกับตลาด ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้สินค้า และบริการของไทย มีความพร้อมบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ และมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และพร้อมเข้าสู่ตลาดที่มีข้อกำหนด และมาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละประเทศ
งาน Bangkok Halal Expo จึงทำหน้าที่เป็น Business Platform เชื่อมผู้ประกอบการ สินค้า บริการ และศักยภาพการผลิตของไทยกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน จากการจัดแสดงประมาณ 150–200 บูธ และการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 1,000 คู่เจรจา พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจจากกว่า 30 ประเทศ โดยเฉพาะตลาด OIC อาเซียน BIMSTEC และตลาดศักยภาพอื่น ๆ
โดยความร่วมมือกับ สมาคมการค้านักธุรกิจมุสลิมไทย (TMTA) และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) สถาบันอาหาร (NFI) สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดตะวันออกกลาง (TME)
“ความร่วมมือกับ Thailand Halal Assembly จึงเป็นการเชื่อมองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การผลิตและมาตรฐานเข้ากับตลาด เพื่อสร้าง Market Access ให้กับผู้ประกอบการไทย นำไปสู่คู่ค้าใหม่ ตลาดใหม่ การลงทุน และ Business Pipeline ที่สามารถต่อยอดได้หลังจากจบงาน” นายสุรพล กล่าว