หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

เวิลด์แบงก์ เปิดรายงานเมืองแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อเป้าหมายเศรษฐกิจรายได้สูงในอีก 10 ปี

22 ก.ย. 2569 - 17:48 น.

เวิลด์แบงก์ ชี้ประเทศไทยสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศรายได้สูงในอีก 10 ปีข้างหน้าได้ด้วยการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของเมืองรองต่างๆ ตามรายงานฉบับใหม่

วันที่ 22 กันยายน 2569 ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดรายงาน เมืองแห่งอนาคตของประเทศไทย: รากฐานเมืองเพื่อเศรษฐกิจรายได้สูง (Thallond Cities of the Fure: Urban Foundations for a High-Income Economy) พบว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดขึ้นในเขตเมืองเป็นหลัก และการเพิ่มผลิตภาพของเมืองจะมีความสำคัญต่อเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงของไทย โดยประมาณ 89 %ของการเติบโตของจีดีพีระหว่างปี 2553-2563 มาจากเขตเมือง

ทั้งนี้ หากประเทศไทยต้องการบรรลุสถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 จะต้องมีการเติบโตของจีดีพีต่อหัวเฉลี่ยประมาณ 5.4% ต่อปีในช่วงทศวรรษข้างหน้า ดังนั้น การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเมืองต่าง ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างดังกล่าว

“การสร้างเมืองแห่งอนาคตของประเทศไทยไม่ใช่เพียงวาระด้านการวางผังเมือง แต่เป็นวาระด้านการเติบโตความสามารถในการแข่งขัน การสร้างงาน และความยึดหยุ่น การปลดล็อกศักยภาพของเมืองรองให้เป็นแรงขับเคลื่อนด้านผลิตภาพและการลงทุนที่เข้มแข็งขึ้น โดยมีบทบาททางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกรุงเทพมหานคร จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อเติบโตในระยะต่อไปของไทย”นายสตีเฟน เอ็นเดกวา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมา กล่าว

รายงานฉบับนี้ต่อยอดจากรายงานสำคัญของกลุ่มธมธนาคารโลก Building Thaillond’s Future Today ซึ่งเปิดตัวในงาน Bangkok Business Summit 2026 โดยกำหนด 4 ด้านสำคัญสำหรับการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง

ได้แก่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ธุรกิจแห่งอนาคต แรงงานแห่งอนาคต และเมืองแห่งอนาคต รายงาน Thailand Cities of the Future เจาะลึกถึงรากฐานด้านเมืองของวาระดังกล่าว รวมถึงการปฏิรูปและการลงทุนที่จำเป็นเพื่อให้เมืองต่าง ๆ ของประเทศไทยเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่เข้มแข็งขึ้น

ระบบเมืองของประเทศไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก โดยกรุงเทพมหานครและปริมเมฑลสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่กรุงเทพมหานครมีประชากรมากกว่าเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศเกือบ 27 เท่า การกระจุกตัวดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

แต่ต้นทุนที่เกิดขึ้นกำลังเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาการจราจรติดขัดสร้างความสูญเสียคิดเป็น 7-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมกรุงเทพมหานคร (GRP) ในแต่ละปี ขณะที่ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและแรงกดดันด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังเพิ่มต้นทุนให้แก่เมือง ในขณะเดียวกัน เมืองรองยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

แทนที่จะต้องเลือกระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองอื่น ๆ รายงานฉบับนี้แนะนำให้มีการเสริมสร้างเครือข่ายเมืองเข้มแข็งขึ้น โดยให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางหลักของประเทศ และมีเมืองรองที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกัน เครือข่ายเมืองที่ประสบความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกื้อหนุนกัน ความหนาแน่นเชิงผลิตภาพ การเชื่อมโยงที่เข้มแข็ง สถาบันที่เข้มแข็ง และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น

“หัวใจสำคัญคือการลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้น” ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าว

“ประเทศไทยสามารถสร้างประโยชน์จากการลงทุนในเขตเมืองได้มากขึ้น หากมุ่งเน้นการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกื้อหนุนกันไว้ในพื้นที่ซึ่งช่วยเสริมสร้างจุดแข็งทางเศรษฐกิจของเมือง แทนที่จะกระจายทรัพยากรออกไปจนแต่ละพื้นที่ได้รับไม่เพียงพอ”

รายงานฉบับนี้เสนอแนวทางดำเนินงานใน 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ 1.การเสริมสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศที่มีผลิตภาพสูง 2.การวางรากฐานด้านเมืองที่เข้มแข็งขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศไทย และ3.การเตรียมความพร้อมให้เมืองรองที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น

การแปลงลำดับความสำคัญเหล่านี้ไปสู่แผนการลงทุนเมืองที่ประสานสอดคล้องกัน จะต้องอาศัยการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์ที่ดิน การเสริมสร้างความยึดหยุ่น และการจัดหาเงินทุนให้สอดคล้องกับจุดแข็งทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการเสริมสร้างสถาบันที่จำเป็นต่อการวางแผนและดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและรัฐบาลในระดับต่างๆ

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนภาคเอกชน การสร้างาน และการเพิ่มผลิตภาพได้ดียิ่งขึ้น

รายงาน Thailand Cities of the Future จัดท่าร่วมกันโดยธนาคารโลก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) โดยผสานความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น เพื่อวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสด้านการพัฒนาเมืองของประเทศไทย


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

เวิลด์แบงก์ เปิดรายงานเมืองแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อเป้าหมายเศรษฐกิจรายได้สูงในอีก 10 ปี