ซิลพิน (SILPIN) ปรับโมเดลธุรกิจจากผู้พัฒนาสินค้าเกษตรแปรรูปสู่สู่แบรนด์รสชาติไทยระดับพรีเมียม ชู Premium Syrup–Edible Perfume–Gastronomic Oil เจาะโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับบน พร้อมใช้พันธมิตรต่างประเทศขยายตลาด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจาก 10% เป็น 50% ภายใน 5 ปี

นายปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด (SILPIN) และผู้ก่อตั้งแบรนด์ SILPIN ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่ม วัตถุแต่งกลิ่นรสอาหาร เครื่องปรุงรสอาหาร และสารสกัดจากพืช เปิดเผยว่าบริษัทได้วางจุดยืนธุรกิจแตกต่างจากผู้ผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปทั่วไป
โดยมุ่งเป็นผู้ “ออกแบบประสบการณ์” ผ่านรสชาติและกลิ่น ภายใต้แนวคิด Thai Flavours เพื่อยกระดับวัตถุดิบการเกษตรไทยให้สามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจ Gastronomy (ศาสตร์ของการทำอาหาร) ในตลาดระดับบน
SILPIN พัฒนาผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ Premium Syrup, Edible Perfume และ Gastronomic Oil เจาะกลุ่มเชฟ มิกโซโลจิสต์ บาร์เทนเดอร์ ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและไลฟ์สไตล์ระดับบน โดยนำวัตถุดิบและองค์ความรู้ที่มีความเชื่อมโยงกับไทย
อาทิ กุหลาบจุฬาลงกรณ์ ข้าวหอมมะลิ ใบมะกรูด ตะไคร้ และข้าวเหนียวมะม่วง มาผ่านกระบวนการสกัดกลิ่นและรส ก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่

นายปิยะกล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับตำแหน่งแบรนด์จาก Flavour Experience Design House สู่ “The World’s First Luxurious Authentic Thai Flavour Brand” เพื่อรองรับการขยายตลาดต่างประเทศ หลังจากใช้เวลาประมาณ 9 ปีสร้างฐานลูกค้าและพิสูจน์โมเดลธุรกิจในประเทศไทย
ทิศทางดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิด “From Local Legacy to Global Gastronomy” โดยบริษัทต้องการเปลี่ยนมุมมองต่ออาหารไทย ขนมไทย สมุนไพร และวัตถุดิบไทย ให้สามารถนำเสนอในรูปแบบใหม่และเข้าถึงตลาดสากลได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันยังเป็นการขยับบทบาทจากผู้รับจ้างออกแบบและผลิตให้พันธมิตร สู่การเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาด้านรสชาติไทยและมีแบรนด์ของตัวเอง เพื่อรองรับการเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก
ตั้งเป้า 5 ปี รายได้ไทย-ต่างประเทศ 50:50
ในด้านแผนธุรกิจ SILPIN ตั้งเป้าภายใน 5 ปีข้างหน้า จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเป็น 50% และตลาดไทย 50% จากปัจจุบันที่ตลาดต่างประเทศมีสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้รวม โดยการขยายตลาดจะเน้นการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีเครือข่ายในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างช่องทางจำหน่ายด้วยตนเองทั้งหมด
นายปิยะระบุว่า การขยายตลาดต่างประเทศของบริษัทไม่ได้มองเพียงการส่งออกผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการส่งออกคุณค่าของวัตถุดิบและวัฒนธรรมอาหารไทย ภายใต้แนวคิด Thai Agricultural Signature ที่นำ Flavour Innovation มาช่วยเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น และสนับสนุนบทบาทของไทยในอุตสาหกรรมอาหารและ Gastronomy ระดับโลก
ที่ผ่านมา SILPIN ได้ทดลองทำตลาดและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม Thai Flavour Experience Design Event ในต่างประเทศ อาทิ งานฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 420 ปี ไทย-เนเธอร์แลนด์ ที่กรุงเฮก และงาน Salon Gourmets ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน
ขณะที่ภาคเอกชน บริษัทมีความร่วมมือกับ การบินไทยและเดอะแบมบูบาร์ ในการพัฒนาเครื่องดื่มค็อกเทล “Oriental Dawn” หรือ “กลิ่นหวานใจ” ซึ่งผสมผสานกลิ่นผลไม้จากลิ้นจี่จักรพรรดิ์กับกลิ่นสมุนไพรตะไคร้ไทย รวมถึงการพัฒนา “Look Jub TG” ขนมลูกชุบไทยรูปแบบใหม่ โดยนำเทคโนโลยีด้านกลิ่น รส และการออกแบบพื้นผิวมาใช้ เพื่อให้บริการผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งของการบินไทย
บริษัทมองว่าความร่วมมือดังกล่าวเป็นช่องทางในการนำแบรนด์และรสชาติไทยเข้าถึงผู้บริโภคต่างชาติผ่านพันธมิตรที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถนำมาต่อยอดสำหรับการขยายตลาดต่างประเทศในระยะต่อไป
ล่าสุด SILPIN จัดงาน Gastronomy Experience Design ที่ เดอะแบมบูบาร์ ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “From Local Legacy to Global Gastronomy” เพื่อเปิดตัวแบรนด์ในบทบาทใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม รวมถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรัชกาลที่ 5 และการเสวนาเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรม Gastronomy กับรสชาติไทย
“เป้าหมายสำคัญของ SILPIN ในระยะต่อไป คือการขยายฐานพันธมิตรในอุตสาหกรรมการบิน โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับบนในต่างประเทศ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานการผลิตและภาพลักษณ์สินค้าพรีเมียม เพื่อรองรับเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจาก 10% เป็น 50% ภายใน 5 ปี และผลักดันสินค้าเกษตรไทยจากวัตถุดิบโภคภัณฑ์สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและทรัพย์สินทางปัญญาด้านรสชาติไทยในตลาดโลก”นายปิยะกล่าว