“ภัทรพงศ์” สั่ง ทย.-บวท. เกาะติดฝนหนักถึงหนักมาก ย้ำความปลอดภัยผู้โดยสารสูงสุด พร้อมรับมือเที่ยวบินหลบพายุ-วนรอ-เปลี่ยนสนามบิน ด้านสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินวนรอ 103 เที่ยว ล่าช้าเฉลี่ย 16 นาที
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ได้กำชับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานสายการบิน ท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบต่อการเดินทาง โดยให้ความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบินเป็นสำคัญสูงสุด
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า วันที่ 26 กันยายน 2569 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตามแนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในช่วงวันที่ 26–27 กันยายนนี้
ขณะเดียวกัน บวท. ได้เตรียมมาตรการรองรับสภาพอากาศที่อาจกระทบต่อการบิน เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการจัดการจราจรทางอากาศตามแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยติดตามข้อมูลอุตุนิยมวิทยาการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้วางแผนจัดการจราจรทางอากาศและรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า บวท. กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1.การปฏิบัติการบินและการให้บริการจราจรทางอากาศ รองรับกรณีอากาศยานต้องบินหลบสภาพอากาศเลวร้าย การบินขึ้นใหม่กรณีไม่สามารถลงจอดได้ หรือ Go around การเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินสำรอง หรือ Divert รวมถึงการบินวนรอ หรือ Hold และการจัดระยะห่างระหว่างอากาศยาน หรือ Separation โดยยึดความปลอดภัยเป็นหลักและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
2.ระบบสนับสนุนการเดินอากาศและการควบคุมจราจรทางอากาศ บวท. เฝ้าระวังระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบสื่อสาร ระบบติดตามอากาศยาน และระบบสนับสนุนต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมรับมือไฟฟ้าขัดข้อง พายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่อาจกระทบสถานีหรืออุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
3.ทางวิ่ง ทางขับ และหลุมจอดอากาศยาน ประสานท่าอากาศยานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกรณีพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากฝนหรือน้ำท่วมจนกระทบต่อการให้บริการจราจรทางอากาศ
และ 4.อาคารสถานที่และเส้นทางสัญจร ทั้งอาคารหอควบคุมการจราจรทางอากาศ อาคารสถานีเครื่องช่วยการเดินอากาศ และเส้นทางเข้า-ออก ตลอดจนติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาได้ทันที
นอกจากนี้ บวท. ได้วางแนวทางบริหารความคล่องตัวของการจราจรทางอากาศ เพื่อให้เที่ยวบินได้รับบริการอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรองสำหรับแก้ไขเหตุเร่งด่วน และยกระดับการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สนามบินทั่วประเทศยังสามารถให้บริการเที่ยวบินขึ้น-ลงได้ตามปกติ แต่อาจมีการบินหลบพื้นที่สภาพอากาศเลวร้าย ซึ่งอาจทำให้เที่ยวบินล่าช้าเป็นบางช่วง โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินวนรอประมาณ 103 เที่ยวบิน และล่าช้าเฉลี่ยเที่ยวบินละ 16 นาที ซึ่งเป็นการปฏิบัติการเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและรักษาความปลอดภัยของเที่ยวบิน
ด้าน ทย. ยังคงเปิดให้บริการท่าอากาศยานในสังกัดตามปกติ พร้อมกำชับทุกแห่งตรวจสอบความพร้อมของบุคลากร ระบบ และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงติดตามสถานะเที่ยวบินและประสานสายการบินอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลงเวลาหรือสถานะเที่ยวบิน ต้องเร่งแจ้งผู้โดยสารให้ถูกต้องและรวดเร็ว รวมทั้งติดตามสภาพเส้นทางเข้า-ออกสนามบินและประสานหน่วยงานในพื้นที่ หากเกิดน้ำท่วมหรือสภาพอากาศกระทบต่อการเดินทางมายังสนามบิน
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า แม้ขณะนี้ท่าอากาศยานยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่สภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงกำชับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและพร้อมปรับมาตรการตามสถานการณ์ หากมีการปรับตารางบินหรือยกเลิกเที่ยวบิน ต้องแจ้งประชาชนโดยเร็ว พร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานขอให้ประชาชนที่จะเดินทางโดยเครื่องบินในช่วงฝนตกหนัก ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินก่อนออกเดินทาง เผื่อเวลาเดินทางมายังสนามบิน และติดตามประกาศสภาพอากาศ รวมถึงสถานการณ์เส้นทางอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเดินทางและลดผลกระทบจากความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น