ส.อ.ท.เผยส.ค.อีวีทะลัก 113.29% หนุนยอดขายรถในปท.พุ่ง แต่ผลิตในประเทศเพียง 6.06 หมื่นคัน ยันน้ำท่วมยังไม่กระทบเป้าผลิตปีนี้ 1.45 ล้านคัน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์เดือนส.ค.2569 อยู่ที่ 124,646 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.93% โดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 83,612 คัน เพิ่มขึ้น 12.24% และเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 41,034 คัน เพิ่มขึ้น 8.34%
เนื่องจากมีแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า (EV) 13,126 คัน เพิ่มขึ้น 77.38% และรถกระบะเพื่อส่งออก 65,103 คัน เพิ่มขึ้น 18.11% ขณะที่การผลิตรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในอยู่ที่ 17,355 คัน ลดลง 20.51%
ดังนั้น ส่งผลให้ 8 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค.2569) ยอดผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 959,711 คัน เพิ่มขึ้น 1.27% จากการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 354,132 คัน เพิ่มขึ้น 9.27% ขณะที่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 605,579 คัน ลดลง 2.89%
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้ ยังไม่กระทบต่อเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 โดยยืนยันว่าโรงงานผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ยังสามารถเดินสายการผลิตได้ตามปกติ
“หากสถานการณ์น้ำท่วมสามารถคลี่คลายได้ภายใน 2-3 วัน กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังยืนยันเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 ตามเดิมที่ปรับไว้ตั้งแต่เดือน ก.ค.2569 จำนวน 1.45 ล้านคัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน”
อย่างไรก็ตาม แม้บางโรงงานในพื้นที่ประสบภัยจะมีน้ำเข้าท่วมและต้องฟื้นฟูเล็กน้อย แต่ระบบขนส่งชิ้นส่วนและซัพพลายเชนโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะการขนส่งด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ และได้กำชับผู้ประกอบการให้ตรวจสอบสต็อกชิ้นส่วนในคลังสินค้าและความพร้อมในการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์สำคัญของประเทศ
ยอดขายในประเทศโต 25.59% EV ครองเกือบ 1 ใน 3
สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนส.ค.2569 อยู่ที่ 59,809 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 25.59% ตามยอดขายรถยนต์นั่ง EV ซึ่งอยู่ที่ 19,721 คัน เพิ่มขึ้น 113.29% สูงกว่าการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ขายได้ 13,126 คัน หรือมียอดขายมากกว่าการผลิต 6,595 คันอย่างมีนัยสำคัญ
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ช่วง 8 เดือนของปี 2569 ไทยผลิตรถยนต์นั่ง EV ได้ 60,578 คัน ขณะที่ยอดขายอยู่ที่ 145,132 คัน เท่ากับการผลิตในประเทศคิดเป็น 41.74% ของยอดขาย และมีรถยนต์นั่ง EV นำเข้า 84,554 คัน หรือ 58.26% สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศยังพึ่งพารถนำเข้าในสัดส่วนสูง ขณะที่ผู้ลงทุนผลิตรถยนต์ในประเทศมีการจ้างงานและใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ
“จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างผู้ลงทุนผลิตรถยนต์ในประเทศเดิมกับผู้ลงทุนรายใหม่ และสนับสนุนให้ไทยเป็นทั้งฐานผลิตรถยนต์สันดาป โดยเฉพาะรถกระบะ และฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการส่งออก”
ส่งออก 8 เดือนลด 6.29% ตะวันออกกลางกระทบหนัก
ด้านการส่งออก เดือนส.ค.2569 ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 69,724 คัน ลดลง 2.04% โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางลดลง 7,146 คัน หรือ 40.24% จากผลกระทบของการสู้รบ ขณะที่ในช่วง 6 เดือนที่เกิดการสู้รบ การส่งออกรถยนต์ไปตลาดดังกล่าวลดลงรวม 46,268 คัน เช่นเดียวกับตลาดยุโรป อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ลดลง ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 8 เดือนอยู่ที่ 565,037 คัน ลดลง 6.29%