SINGER เดินหน้าแผน “The New S Curve” ผ่านกลยุทธ์ 4S ทั้ง New Series, SG Finance+–SG Subscribe+, SINGER Network และ Smart Digital ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตมากกว่าเท่าตัว ด้าน SGC เดินหน้าขยาย Lock Phone ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 14,000 ล้านบาท พร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมเตรียมออกเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาพิเศษช่วยผู้ประสบภัย

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า SINGER เดินหน้าสร้างการเติบโตบทใหม่ภายใต้แนวคิด “The New S Curve” หลังจากบริษัทดำเนินธุรกิจอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน 100 ปี และผ่านการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2558 กลุ่ม JMART เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SINGER ขณะที่บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

พร้อมกับในปี 2567 SGC ได้เปิดตัว “Lock Phone” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กลุ่ม SINGER สามารถกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานของธุรกิจขายสินค้าและธุรกิจสินเชื่อมีการเติบโตต่อเนื่อง

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ มองว่าส่งผลกระทบระยะสั้นต่อธุรกิจในบางพื้นที่ โดยเฉพาะ สระแก้ว ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ SINGER มีสาขาและทำตลาดอยู่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดที่มียอดขายอยู่ในอันดับ 3 ของบริษัท ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลไม่ใช่ตลาดหลักของ SINGER จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สำหรับการรับมือสถานการณ์ บริษัทมีมาตรการช่วยเหลือด้วยการจัดจำหน่าย เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาพิเศษสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยลดภาระให้กับลูกค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

เดินหน้า The New S Curve ผ่าน 4S

นายนราธิป กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด The New S Curve บริษัทวางกลยุทธ์ผ่าน 4S ประกอบด้วย

1. New Series การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่
2. New SG Finance+ และ SG Subscribe+ การเพิ่มทางเลือกด้านบริการทางการเงิน
3. SINGER Network การขยายเครือข่าย SINGER ให้ครอบคลุมมากขึ้น
4. Smart Digital การนำเทคโนโลยีดิจิทัล แพลตฟอร์ม และ AI มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ

สำหรับ New Series บริษัทเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า S-PRO Series ประกอบด้วยเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า Smart TV และตู้แช่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับทั้งการใช้งานของครัวเรือนและผู้ประกอบการ โดยเน้นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานควบคู่กับเทคโนโลยี

นอกจากนี้ยังเปิดตัวจักรเย็บผ้ารุ่นใหม่ ได้แก่ Smart Heavy Duty, Heavy Duty Next Evolution และ Heavy Duty Serger หลังจาก SINGER ประเทศไทยเข้าร่วมงาน Global SINGER Summit ที่รัฐเทนเนสซี สหรัฐฯ ซึ่งมีการเปิดตัวจักรเย็บผ้ารุ่นใหม่ โดยรุ่น Heavy Duty จะพร้อมจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนพ.ย.นี้

จักรเย็บผ้ารุ่นใหม่บางรุ่นสามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน ขณะที่บริษัทมองว่าความต้องการจักรเย็บผ้ายังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่นำไปใช้ทำงาน DIY รวมถึงกลุ่ม Influencer ซึ่งช่วยให้ SINGER เข้าถึง Young Generation มากขึ้น โดยปัจจุบันหมวดจักรเย็บผ้าเป็นหมวดสินค้าที่มียอดขายอันดับ 1 ของบริษัทในช่องทางออนไลน์

เปิด SG Subscribe+ รุก Solar Roof

สำหรับ SG Subscribe+ ถือเป็นบริการรูปแบบใหม่ที่ SINGER เปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจาก Solar Roof และพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม SG Subscribe+ เป็นรูปแบบการเช่าใช้หรือสมัครใช้บริการ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการบริหารค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน และต้องการบริการดูแลเพิ่มเติม ทั้งบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและแผงโซลาร์ รวมถึงการทำความสะอาดแผงโซลาร์และแผ่นกรองอากาศทุก 6 เดือนตลอดอายุสัญญา

“บริษัทมองว่าการเพิ่มทางเลือกด้านการเงินดังกล่าวจะช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน ทั้งลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อและลูกค้าที่ต้องการรูปแบบการเช่าใช้และชำระเป็นรายเดือน”นายนราธิปกล่าว

ขยาย SINGER Network ตั้งเป้า 146 สาขา

สำหรับ SINGER Network บริษัทเดินหน้าขยายจากร้าน SINGER แบบ Standalone ในต่างจังหวัด ไปสู่การเปิดในศูนย์การค้า รวมถึงการร่วมมือกับร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ

รูปแบบ SINGER Network เปิดให้ร้านค้าพันธมิตรสามารถติดป้าย SINGER Network และจำหน่ายทั้งโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า SINGER ขณะที่บริษัทยังมีรูปแบบ Solar Roof Shop ซึ่งร่วมดำเนินการกับ JGS

ปัจจุบันบริษัทมีช่องทางหลัก 4 รูปแบบ ได้แก่ Standalone, SINGER in Shopping Mall, SINGER Network ผ่านร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และ Solar Roof Shop ร่วมกับ JGS

นายนราธิป กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายขยายเครือข่ายเป็น 146 สาขาภายในปีนี้ โดยช่วงครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 45 สาขา และในไตรมาส 3 คาดว่าจะเปิดเพิ่มประมาณ 40 สาขา ก่อนเดินหน้าขยายต่อในไตรมาส 4

ใช้ Smart Digital และ AI เพิ่มประสิทธิภาพ

ด้าน Smart Digital บริษัทมองว่าการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับกระบวนการทำงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

บริษัทได้พัฒนา SG Finance+ เวอร์ชันใหม่เพื่อรองรับการทำ Lock Appliance และพัฒนา SG Finance+ Online สำหรับการทำงานผ่านช่องทางของ SINGER โดยเฉพาะ รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์ม SG Subscribe+

ขณะเดียวกันมีการนำ AI มาใช้เป็นระบบสนับสนุนพนักงานขาย ทั้งในด้านการฝึกอบรมและเป็นฐานความรู้ เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ในการขายและให้บริการลูกค้า

นายนราธิป กล่าวว่า กลยุทธ์ 4S จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน The New S Curve และสร้างการเติบโตของ SINGER โดยบริษัทตั้งเป้าหมายให้ รายได้ในปีนี้เติบโตมากกว่าเท่าตัว

“SGC” ชู 3 ผลิตภัณฑ์หลักต่อยอด SINGER

ด้านนายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า SINGER และธุรกิจสินเชื่อมีความเชื่อมโยงกันมาอย่างยาวนาน โดย SGC จะนำความสำเร็จของธุรกิจมาต่อยอดผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ Lock Phone, Lock Appliance และ Green Loan หรือ Solar Roof

สำหรับ Lock Phone บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2563 และมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ SGC โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 6,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ Lock Phone ทั้งปีที่ 14,000 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรโทรศัพท์มือถือมากกว่า 7,000 ร้านทั่วประเทศ และมีพันธมิตรแบรนด์โทรศัพท์มือถือหลายราย

ต่อ Lock Appliance คุมคุณภาพสินเชื่อ

สำหรับ Lock Appliance เป็นการต่อยอดจาก Lock Phone มาสู่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย SGC จะให้บริการผ่าน SG Finance+ และอาศัยช่องทางของ SINGER และ SINGER Network ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ

ระยะแรกจะเน้น เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่เชิงพาณิชย์ และเครื่องซักผ้า ก่อนขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม

นายอโณทัย กล่าวว่า จุดเด่นของ Lock Appliance คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อรวดเร็ว โดยใช้เวลาประมาณ 9 นาที พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารและควบคุม NPL เช่นเดียวกับที่ดำเนินการในธุรกิจ Lock Phone เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้า

ดัน Green Loan–Solar Roof

สำหรับ Green Loan หรือสินเชื่อ Solar Roof SGC มองว่าการสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจสินเชื่อไปยังกลุ่มครัวเรือน

นายอโณทัย กล่าวว่า ลูกค้าสามารถสมัครและเข้าสู่กระบวนการอนุมัติผ่านแอปพลิเคชัน โดยสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 72 เดือน และบริษัทคาดว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลัก หรือ ฮีโร่ โปรดักส์ ของบริษัท

ทั้งนี้สินเชื่อ Solar Roof เพิ่งเริ่มดำเนินการในไตรมาส 3 จึงอาจยังไม่เห็นยอดธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสดังกล่าว ขณะที่บริษัทคาดว่าจะเห็นพัฒนาการของธุรกิจมากขึ้นในไตรมาส 4

ไตรมาส 3 สินเชื่อดีขึ้น

นายอโณทัย กล่าวว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาส 3 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ความต้องการ Lock Phone ในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มสูงกว่าครึ่งปีแรก

บริษัทคาดว่ารายได้รวมปีนี้จะเติบโตประมาณ 30% บวกลบ โดยรายได้ดอกเบี้ยจะเติบโตตามพอร์ต Lock Phone ทั้งนี้ สินเชื่อใหม่ที่ปล่อยในไตรมาส 4 จะทยอยรับรู้รายได้ตามอายุสัญญา ไม่ได้รับรู้เต็มจำนวนในไตรมาสที่ปล่อยสินเชื่อ

ด้านผลการดำเนินงาน SGC กลับมามีกำไรต่อเนื่องแล้ว 8 ไตรมาส หรือประมาณ 2 ปี โดยกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส และบริษัทคาดว่าจะสร้างผลกำไรสูงสุดใหม่ในปี 2569

ส่วนสภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีทั้งเงินสดในธนาคารและกระแสเงินสดที่ได้รับกลับเข้ามาในแต่ละเดือน เพียงพอสำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ธุรกรรม รถทำเงิน คาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือนต.ค.หลังจากกระบวนการตรวจสอบเอกสารแล้วเสร็จ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน