ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอให้บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม กรณีคณะกรรมการบริษัทมีมติลงทุนใน บริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด มูลค่า 1,195 ล้านบาท หลังเห็นว่าเป็นรายการขนาดใหญ่และเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น

วันที่ 29 ก.ย. 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือแจ้งต่อ บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SPTX) เพื่อให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม กรณีจะเข้าลงทุนในบริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด มูลค่า 1,195 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่มีขนาดใหญ่และเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันที่มีนัยสำคัญซึ่งต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ใช้เงินลงทุนสูง มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของการถือหุ้นอย่างมีนัยสาคัญ มีลักษณะธุรกิจและความเสี่ยงแตกต่างจากธุรกิจปัจจุบันของบริษัท

โดยขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 5 ต.ค. 2569 ในส่วนความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 12 ต.ค. 2569

นอกจากนี้ ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลของ SPTX ด้วยความระมัดระวังก่อนการตัดสินใจลงทุน และติดตามคาชี้แจงของบริษัทต่อไป

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอสพีที เอกซ์ จากัด (มหาชน) (SPTX) มีมติที่จะเข้าลงทุนใน บริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด (บริษัทเป้าหมาย) มูลค่า 1,195 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 92% โดยซื้อหุ้นจากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จากัด และบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จากัด ซึ่งมีนายรัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (นายรัสมิ์ภูมิ) เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของทั้ง 2 บริษัท

โดยรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสาคัญ (ขนาดรายการสูงสุด 50.52% ของมูลค่าสินทรัพย์รวม) และเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน เนื่องจากนายรัสมิ์ภูมิ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นรองประธานกรรมการของ SPTX โดยภายหลังการทำรายการ นายรัสมิ์ภูมิ จะถือหุ้น SPTX เพิ่มจากเดิม 21% เป็น 43% ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทเป้าหมายมีสินทรัพย์ 306 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 187 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือน รวม 32 ล้านบาท

ทั้งนี้ภายหลังการเข้าลงทุนของ SPTX ผู้ขายจะถือหุ้นในบริษัทเป้าหมาย 8% และมีสิทธิเสนอชื่อกรรมการในบริษัทเป้าหมายอย่างน้อย 2 คน จาก 5 คน โดยการอนุมัติรายการที่สำคัญต้องได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มของผู้ขาย โดยบริษัทจะมีการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิก 2 สาขาและเป็นสินทรัพย์หลัก คืนให้แก่ผู้ขายและทาสัญญาเช่ากลับเพื่อดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้ขายมีสัญญาการรับประกันผลการดำเนินงานภายใน 5 ปีหลัง SPTX เข้าซื้อกิจการ โดยเป็นการขยายสาขาไม่น้อยกว่า 9 สาขา

รายการดังกล่าวเป็นรายการที่มีขนาดใหญ่และเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันที่มีนัยสาคัญซึ่งต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ใช้เงินลงทุนสูง มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของการถือหุ้นอย่างมีนัยสาคัญ มีลักษณะธุรกิจและความเสี่ยงแตกต่างจากธุรกิจปัจจุบันของบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ SPTX ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้

1.สรุปลำดับเวลาของการเข้ามาถือหุ้นของนายรัสมิ์ภูมิ ในบริษัทและการเตรียมการเพื่อเข้าลงทุน ในบริษัทเป้าหมาย

2.เหตุผลและความจาเป็นที่ต้องโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ขายและทำสัญญาเช่ากลับ เพื่อดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะทำให้เกิดรายการระหว่างกันของบริษัทกับนายรัสมิ์ภูมิ ในอนาคตในจำนวนที่มีนัยสาคัญ

3.ข้อมูลประกอบการพิจารณาเกณฑ์กำหนดราคาซื้อขาย สรุปสมมติฐานสาคัญ ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว รวมค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ อย่างไร สินทรัพย์และหนี้สินที่คาดว่าจะได้รับ เช่น เครื่องหมายการค้า

4.สัดส่วนของสินทรัพย์หรือรายได้จากการดำเนินงานของ SPTX จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร และอำนาจในการบริหารจัดการและโครงสร้างกรรมการในบริษัทเป้าหมายมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ อย่างไร

5.ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของอำนาจควบคุมในบริษัทเป้าหมาย เงื่อนไขการซื้อขายและความเพียงพอของเงินลงทุน รวมถึงผลการตรวจสอบกิจการมีประเด็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาในการตัดสินใจหรือไม่ อย่างไร รวมถึงแผนการดำเนินการหากผลการดำเนินงานหรือการขยายสาขาไม่เป็นไปตามที่ผู้ขายรับรอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน