ครม.รับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 8 แห่ง ครอบคลุมอุตสาหกรรม-อาหาร-การแพทย์-พลังงาน-โลจิสติกส์ ดึงเงินลงทุน กระจายรายได้ สร้างงาน
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (เขตส่งเสริมฯ) จำนวน 8 แห่ง ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เสนอ ได้แก่
- นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี 2
- สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2
- อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (บางปะกง) กลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟไทยยั่งยืน
- นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
- นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จังหวัดระยอง
- ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและสุขภาพครบวงจรไลฟ์สเฟียร์ (พัทยา)
- สถานีแอลเอ็นจีมาบตาพุด แห่งที่ 2
- สมาร์ท โลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา)
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า การประกาศเขตส่งเสริมฯ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ โดยผู้ลงทุนสามารถขอรับสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน รวมถึงการอนุมัติและอนุญาตต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561
ขณะเดียวกัน ยังช่วยขยายขนาดเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ รวมถึงสร้างการจ้างงานให้กับคนในชุมชน และกระตุ้นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทั้งใน และนอกพื้นที่โครงการ เช่น ถนน ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และอ่างเก็บน้ำ เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และชุมชนเมือง โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นจะเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุนในพื้นที่ EEC และสนับสนุนการเติบโตของชุมชนและเมือง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ เขตส่งเสริมฯ ยังมุ่งสร้างความมั่นคงด้านการเกษต รและอาหาร ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรและการเพิ่มผลผลิตเกษตรแบบบูรณาการ โดยเน้นความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศและการสร้างมูลค่าเพิ่มภาคเกษตร
สำหรับด้านพลังงาน การจัดตั้งสถานี LNG มาบตาพุด แห่งที่ 2 จะช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานที่สะอาดกว่าเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอย่างถ่านหินและน้ำมันเตา
ส่วนการพัฒนา Smart Logistics จะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสียในกระบวนการขนส่งและจัดเก็บสินค้า ทั้งการขนส่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ การเก็บสินค้าเกินความจำเป็น และความเสียหายของสินค้า ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรของประเทศโดยรวม