พาณิชย์ลุยเช็ก 44 บริษัทขยะปราจีนฯ สแกนทุนต่างชาติ สงสัยซุกนอมินี

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “จากกรณีที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจ.ปราจีนบุรี ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนทางมลพิษแก่ระบบนิเวศและประชาชนในพื้นที่ในวงกว้าง รวมทั้ง บริษัทฯ ดังกล่าวอาจมีการใช้คนไทยเป็นตัวแทน อำพราง (นอมินี) ในการประกอบธุรกิจ โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจและดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงให้ขยายการตรวจสอบไปยังบริษัทที่ประกอบธุรกิจขยะทั้งหมดที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น ในจ.ปราจีนบุรี เพื่อทลายขบวนการทุนเทาชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย

นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจฯ ดังกล่าวทันที โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทตั้งแต่การเริ่มต้นจดทะเบียนจัดตั้ง เงินทุนที่นำมาลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจการบริหารธุรกิจที่แท้จริง

รวมถึงความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่นที่อาจกระทำความผิดฐานใช้คนไทยเป็นนอมินี เบื้องต้น พบ 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรีจึงได้นำส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) ด้วย

นอกจากนี้ ได้ขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น โดยจากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลจากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (Intelligence Business Analytics System: IBAS) ของกรมฯ พบว่า นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ประกอบธุรกิจประเภทขยะในจ.ปราจีนบุรี มีจำนวน 44 ราย แบ่งออกเป็น

1) ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 41 ราย แบ่งเป็น 1.1) ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 37 ราย และ 1.2) ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 4 ราย

2) ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 3 ราย แบ่งเป็น 2.1) ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2 ราย และ 2.2) ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 1 ราย ซึ่ง กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายนอมินีทันที ซึ่งหากตรวจพบว่าดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายจะมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดต่อไป

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในกลุ่มธุรกิจเป้าหมายตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงาน ด้วยการชี้เป้านิติบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจ และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ดำเนินการประกอบธุรกิจโดยสุจริตและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวกระทรวงพาณิชย์หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้เพียงลำพังหน่วยงานเดียวได้ ต้องบูรณาการความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569) ทั่วประเทศมีบริษัทจำกัดประกอบธุรกิจประเภทขยะและมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น รวมทั้งสิ้น 2,863 ราย แบ่งเป็น 1) ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 2,568 ราย แบ่งเป็น 1.1) ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2,438 ราย และ 1.2) ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 130 ราย 2) ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 295 ราย แบ่งเป็น 2.1) ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 288 ราย และ 2.2) ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 7 ราย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน