LH Bank เปิด 5 สัญญาณเตือนภัยเอสเอ็มอีไทย เสี่ยงไปไม่รอด
28 ต.ค. 2569 – นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผยในงานสัมมนา “FAST LANE GROWTH SUMMIT 2026” ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME ราว 3.31 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 54,000 ราย โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือคิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของ GDP ประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า SME เป็นหน่วยธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย แต่ในขณะเดียวกัน การดำเนินธุรกิจก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันรอบด้าน ตลอดจนเทคโนโลยีและ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง จนทำให้ผู้ประกอบการหลายรายตั้งคำถามถึงทิศทางการก้าวต่อไปข้างหน้า
ทั้งนี้ LH Bank ได้สะท้อนมุมมองผ่านแนวคิด “Business isn’t won by who is faster. It’s won by who is making smarter moves.” หรือธุรกิจจะชนะและประสบความสำเร็จได้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการก้าวอย่างรวดเร็ว แต่เกิดจากการก้าวอย่างชาญฉลาดเพื่อการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน โดยธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ต้องการเป็นพาร์ทเนอร์และพันธมิตรที่คอยเคียงข้างผู้ประกอบการ SME ในทุกๆ การเดินทาง
วิกฤตการเข้าถึงสินเชื่อและความท้าทายของ SME ไทย
นายธนพล ศรีธัญพงศ์ Head of Business Research, Office of CEO, LH Bank ได้ฉายภาพสถานการณ์และปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME มักมองข้าม โดยระบุว่า ข้อมูลในระบบธนาคารพาณิชย์สะท้อนว่ายอดการปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่ม SME มีอัตราการลดลงติดต่อกันมาถึง 16 ไตรมาส หรือราว 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นต้นมา ขณะที่สถิติการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระบุว่า SME มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์เพียง 21% เท่านั้น เมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมและเข้าถึงสินเชื่อได้มากกว่าถึง 3 เท่า นอกจากนี้ อัตราการเกิดหนี้เสีย หรือ NPL ในกลุ่ม SME ยังสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ถึง 3 เท่าเช่นกัน
ในมุมมองของสถาบันการเงิน SME มักมีความเสี่ยงสูงกว่าเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและกำลังคน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ธนาคารพร้อมทำความเข้าใจและทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อหาทางออกที่ใช้งานได้จริง เพียงแต่ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความพร้อมและปรับตัวให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจาะลึกสัญญาณเตือนภัย “SME SOS” ที่เจ้ามักมองข้าม
นายธนพล ได้นำเสนอสัญญาณเตือนภัยสำคัญ 5 ประการ หรือ “SME SOS” ที่เจ้าของธุรกิจมักมองข้ามและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของกิจการ ประกอบด้วย:
พฤติกรรมการใช้เงินและการก่อหนี้ที่ไม่เหมาะสม: การใช้วงเงินเต็มตลอดเวลาโดยไม่มีเงินสำรอง การจ่ายคืนเพียงแค่ดอกเบี้ย หรือการถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงการยื่นขอสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินถี่ๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งพฤติเหล่านี้จะสะท้อนไปยังประวัติเครดิตและสร้างความกังวลให้กับสถาบันการเงิน
การบริหารจัดการภายในและปัญหา Keyman Risk: การพึ่งพาผู้บริหารหรือเจ้าของเพียงคนเดียว (One-man show) โดยไม่มีการกระจายอำนาจหรือวางแผนการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น (Generation) ซึ่งสถิติชี้ว่าธุรกิจครอบครัวในเจเนอเรชันที่ 2 มีอัตราการอยู่รอดเหลือเพียง 30% เท่านั้น หากโครงสร้างการบริหารภายในไม่มีความพร้อม ย่อมส่งผลต่อความต่อเนื่องของธุรกิจในระยะยาว
ปัญหากระเป๋าเงินรั่วและการปะปนของเงินส่วนตัว: ถือเป็นปัญหาคลาสสิกของธุรกิจเกิดใหม่และกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี โดยกว่า 60% ของผู้ประกอบการยังคงใช้บัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัวปะปนกัน รวมถึงการไม่กำหนดเงินเดือนที่แน่นอนให้แก่ผู้บริหาร ซึ่งทำให้เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีและมาตรฐานบัญชี และเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อ
การบริหารยอดขายและกระแสเงินสดที่ไม่สมดุล: ธุรกิจที่มีรายได้หรือยอดขายเติบโตดี แต่อาจประสบปัญหาขาดแคลนเงินสดหมุนเวียนจากการให้เครดิตเทอมที่ยาวนาน (3-6 เดือน) ประกอบกับความผันผวนตามฤดูกาล (Low Season) หากไม่มีการบริหารค่าใช้จ่ายสำรองเอาไว้ จะทำให้ธุรกิจเผชิญภาวะสะดุดได้ง่าย
การพึ่งพาลูกค้าหรือซัพพลายเออร์รายใหญ่เพียงไม่กี่ราย: ในยุคที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง การพึ่งพาคู่ค้าหรือผู้ขายวัตถุดิบเพียงไม่กี่รายทำให้ธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นรุนแรง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้คู่ค้าต้องหยุดกิจการชั่วคราว ธุรกิจของท่านอาจได้รับผลกระทบจนต้องปิดตัวลงทันที
ทางออกและก้าวต่อไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ผู้บริหาร LH Bank ได้เน้นย้ำว่า การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรง เทคโนโลยี AI ที่เข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม ตลอดจนความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการไม่สามารถพึ่งพาแค่ยอดขายหรือกำไรเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องมีความสามารถในการตรวจสอบปัญหา ตรวจสอบสัญญา และตรวจสอบความอ่อนแอภายในองค์กรให้รวดเร็ว พร้อมทั้งปรับตัวเปิดรับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ท้ายที่สุด LH Bank พร้อมที่จะก้าวเดินเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ไม่เพียงแต่มอบการสนับสนุนทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการเติมเต็มองค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล และเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถก้าวข้ามทุกอุปสรรค และนำพาธุรกิจมุ่งสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต