หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

AWC ดึง Ruby บุกไทยครั้งแรก ชูกรุงเทพฯ เมืองระดับโลก ปักธงเปิด ไตรมาส 3 ปี 70

29 ต.ค. 2569 - 09:16 น.

AWC จับมือ IHG นำแบรนด์โรงแรม Ruby เข้าสู่เอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรก เลือกกรุงเทพฯ เป็นตลาดนำร่อง ปรับโฉมโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพฯ สาทร เดิมเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ชูจุดขายดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ และพื้นที่พบปะสังสรรค์ พร้อมเปิดบริการไตรมาส 3 ปี 2570 ขณะที่ IHG เผยไทยเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี มีโรงแรมในแผนพัฒนาอีก 40 แห่ง

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า AWC ร่วมกับ IHG Hotels & Resorts เครือโรงแรมระดับโลก เปิดตัวแบรนด์ Ruby ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และเป็นการเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครั้งแรกของแบรนด์ โดยเลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ ตลอดจนมีศักยภาพในการรองรับแนวคิดโรงแรมที่มุ่งสร้างประสบการณ์มากกว่าการเข้าพักแบบทั่วไป

การนำ Ruby เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ AWC ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์และขยายทางเลือกด้านประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรโรงแรมระดับนานาชาติที่มีเครือข่ายสมาชิกและฐานลูกค้าทั่วโลก เพื่อดึงดูดนักเดินทางคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย

จุดเด่นของ Ruby คือการเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางและการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าพัก มากกว่าการเน้นเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก โดยออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายพื้นที่นั่งเล่นที่เปิดรับผู้คน เชื่อมโยงดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมทางสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อให้โรงแรมเป็นทั้งที่พักและจุดนัดพบของนักเดินทางและคนในพื้นที่

สำหรับการเปิดตัว Ruby ในประเทศไทยครั้งนี้ AWC เตรียมนำโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพฯ สาทร ที่มีอยู่เดิม มาปรับปรุงและเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการภายใต้แบรนด์ Ruby เพื่อเจาะตลาดโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม โดยโรงแรมแห่งนี้มีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ Ruby ในไตรมาส 3 ปี 2570 และหลังจากนี้ AWC ยังมีแผนขยายพอร์ตโรงแรมไลฟ์สไตล์โดยผ่านความร่วมมือกับ IHG Hotels & Resorts อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ทางด้านนายราจิต สุขุมารัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAPAC) IHG Hotels & Resorts กล่าวว่า AWC เป็นพันธมิตรระยะยาวที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าให้กับสินทรัพย์ โดย Ruby เป็นแบรนด์ที่ IHG เข้าซื้อในปี 2568 และกรุงเทพฯ จะเป็นตลาดแรกในเอเชียแปซิฟิกที่นำแบรนด์นี้เข้ามาทำตลาด

“กรุงเทพฯ มีความเหมาะสมกับ Ruby เนื่องจากเป็นเมืองระดับโลกที่มีความคึกคัก อีกทั้งพฤติกรรมนักเดินทางเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางมากขึ้น แนวทางของ Ruby จึงมุ่งสะท้อนตัวตนของเมืองผ่านการออกแบบ บรรยากาศ และกิจกรรมภายในโรงแรม”

นายราจิต กล่าวและว่าเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์ Ruby คือการใช้ดนตรีเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างประสบการณ์ โดยโรงแรมในกรุงเทพฯ จะมีบาร์เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง การแสดงดนตรีสดในช่วงเย็น ลำโพง Marshall ภายในห้องพัก และกีตาร์ที่ผู้เข้าพักสามารถยืมไปเล่นได้ รวมถึงพื้นที่สำหรับพบปะและสังสรรค์

ทั้งนี้ การออกแบบโครงการจะได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศและความหรูหราของกรุงสยามในช่วงทศวรรษ 1920 เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีทั้งสไตล์ เรื่องราว และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นายราจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงแรม Ruby วางตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่มเออร์เบิรน พรีเมียม ไลฟ์สไตล์ โดยโรงแรมแต่ละแห่งสามารถมีเอกลักษณ์แตกต่างกันตามบริบทของเมืองและทำเลที่ตั้ง

IHG เดินหน้าขยายพอร์ต ไทยมีโรงแรมในแผนอีก 40 แห่ง

นายวิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG Hotels & Resorts กล่าวว่า ปัจจุบัน IHG มีโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วประมาณ 152 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี โดยเป็นโรงแรมในประเทศไทย 42 แห่ง แ

ในภาพรวม IHG มีโรงแรมในแผนพัฒนา (Pipeline) ประมาณ 90 แห่งในภูมิภาคดังกล่าว โดยประเทศไทยเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ IHG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี และมีโรงแรมที่อยู่ในแผนพัฒนาอีกประมาณ 40 แห่ง ขณะที่เวียดนามเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงรองลงมา

สำหรับโครงสร้างพอร์ตโรงแรมของ IHG ปัจจุบัน โรงแรมประมาณ 40% อยู่ในกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ และโรงแรมในแผนพัฒนาอีกประมาณ 40% ก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าวเช่นกัน สะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจที่ให้น้ำหนักกับโรงแรมระดับบนและโรงแรมที่นำเสนอประสบการณ์เฉพาะตัวมากขึ้น

ส่วนโอกาสในการขยายแบรนด์ Ruby ในประเทศไทยในอนาคต IHG มองว่า นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีเมืองที่มีศักยภาพ เช่น ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย และเชียงใหม่ โดยจะพิจารณาจากความคึกคักของเมือง ความโดดเด่นด้านไลฟ์สไตล์ และความเหมาะสมกับบุคลิกของแบรนด์

นายวิเวกกล่าวถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยว่า แม้ระยะสั้นจะมีความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ IHG ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะกลางถึงระยะยาวของประเทศไทย เนื่องจากมีองค์ประกอบที่ดึงดูดนักเดินทางทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร และประวัติศาสตร์ อีกทั้งการที่พันธมิตรในประเทศยังคงลงทุนและมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา เป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อทิศทางตลาด

เตรียมเปิดคิมป์ตันเพิ่ม เดินหน้าพัฒนาโรงแรมหลายทำเล

นางวัลลภากล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจาก Ruby แล้ว AWC ยังมีแผนพัฒนาโรงแรมร่วมกับ IHG อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปี โดยมีทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดและโครงการที่อยู่ในขั้นตอนพัฒนา อาทิ คิมป์ตัน (Kimpton) หัวหิน ซึ่งเป็นการยกระดับจากโรงแรมอิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท เดิม บริเวณใกล้วังไกลกังวล รวมถึง คิมป์ตัน พัทยา ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (InterContinental) ที่เวิ้งนครเกษม ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่จอดรถและการเชื่อมต่อระบบขนส่งเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงย่านไชน่าทาวน์ ตลอดจนโครงการในเชียงรายและทำเลอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างศึกษา

AWC ยังมุ่งเชื่อมโยงโรงแรมเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนผ่านกิจกรรมและบริการที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยมีแผนพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง และการเตรียมเปิดบริการรถแทรมไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงใหม่อีกด้วย


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

AWC ดึง Ruby บุกไทยครั้งแรก ชูกรุงเทพฯ เมืองระดับโลก ปักธงเปิด ไตรมาส 3 ปี 70