ไอ-เทล ฟอร์มแกร่ง Q3 ยอดขายโต 11.2% ลุยปั้นพอร์ตตลาดสหรัฐฯ
29ต.ค.2569-นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ITC) ผู้นำระดับโลกในอุ ตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงกล่าวว่า ITC ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่ สุดของปี 2569 ด้วยยอดขาย 5,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ก่อน ขณะที่ยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรั ฐเติบโต 11.2% อยู่ที่ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปริมาณการขายอาหารสัตว์เลี้ ยงเพิ่มขึ้น 11.4% จากปีก่อน เป็น 31,376 ตัน ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดั บแข็งแกร่งที่ 25.0% สะท้อนแรงส่งทางธุรกิจที่โดดเด่ นของไอ-เทล
ผลการดำเนินงานได้รับแรงหนุ นจากความต้องการของลูกค้าที่อยู่ ในระดับแข็งแกร่ง การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่ องในสหรัฐฯ และการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ ตลาดกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 1,292 ล้านบาท โดยความสามารถในการทำกำไรได้รั บแรงสนับสนุนหลักจากการเพิ่ มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใต้ โครงการทรานส์ฟอร์มเมชันของบริ ษัท
รวมทั้งสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เอื้ ออำนวยจากการเติบโตอย่างต่อเนื่ องของกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม แม้บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ มเติมในระหว่างไตรมาส ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ บริษัทยั งสามารถทำกำไรจากการดำเนิ นงานเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 733 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 756 ล้านบาท ในระหว่างไตรมาส ไอ-เทลได้ประกาศการเข้าซื้อกิ จการ บริษัท เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์ นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริ มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิ จในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุ ดของไอ-เทล
โดย บริษัท เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์ ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 2509 และดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตให้ แก่แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงและผู้ ค้าปลีกชั้นนำ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านขนมสุนั ขที่เน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่ สุด รวมทั้งการพัฒนาและผลิตสินค้ าตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า
นายรอย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่โดดเด่ นในไตรมาส 3 สะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ ยังคงแข็งแกร่ง ด้วยปัจจัยหนุนหลั กจากการขยายฐานลูกค้า การพัฒนานวัตกรรม และความต้องการที่ต่อเนื่ องของลูกค้ารายสำคัญ ไอ-เทลยังคงเดินหน้าขับเคลื่ อนการเติบโตผ่านนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนิ นงาน และการขยายธุรกิจในตลาดที่มี ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ การเข้าซื้อกิจการบริษัท เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญบนเส้ นทางการเติบโตของเรา
โดยความเชี่ยวชาญและขี ดความสามารถที่แข็งแกร่ งของเฟลป์ส ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสุนัขจะเข้ ามาเสริมศักยภาพของไอ-เทล พร้อมทั้งขยายฐานการผลิตของบริ ษัทในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เรายังคงมองหาโอกาสการลงทุนในธุ รกิจที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่สอดคล้องกั บกลยุทธ์การเติบโตของไอ- เทลและสนับสนุนเป้าหมายการเติ บโตในระยะยาวของบริษัท
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ภูมิภาคอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ ใหญ่ที่สุดของไอ-เทล โดยคิดเป็น 60% ของยอดขายรวม และมียอดขายเพิ่มขึ้น 18.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายฐานลูกค้า การเดินหน้าโครงการพัฒนาผลิตภั ณฑ์ใหม่ (NPDs) และความต้องการที่แข็งแกร่ งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Chunk และ Pâté
ขณะที่ตลาดยุโรปคิดเป็น 15% ของยอดขายรวม และมียอดขายเพิ่มขึ้น 19.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากการขยายฐานลูกค้ าในหลายตลาดทั่วภูมิภาค ส่วนตลาดเอเชียและโอเชียเนียคิ ดเป็น 25% ของยอดขายรวม โดยได้รับแรงสนับสนุ นจากโครงการและการเปิดตัวผลิตภั ณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นขนมสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นหนึ่ งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็ วที่สุดของไอ-เทลในช่วง 9 เดือนแรกของปี โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 53.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 20% ของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั้ งหมด
การเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่ มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสะท้อนความต้ องการผลิตภัณฑ์ที่มีนวั ตกรรมและตอบโจทย์ด้านคุ ณประโยชน์เฉพาะทางอย่างต่อเนื่ อง ซึ่งสอดคล้องและเสริมกันกั บความเชี่ยวชาญของเฟลป์สในกลุ่ มขนมสุนัข รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ ให้คุณประโยชน์เฉพาะด้าน นอกจากนี้ ไอ-เทล ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 841 รายการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษั ทในการขับเคลื่อนนวั ตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่ างต่อเนื่อง
จากผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ไอ-เทลยังคงยืนประมาณการรายได้ สำหรับปี 2569 ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ 17–20% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 23–25% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริ หารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ที่ 9–10%