ลุ้นอ้อยทะลุตันละ 1,000 สอน.เร่งจ่ายเงินช่วยตัดอ้อยสด 69 บาท
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เดินหน้าปรับระบบบริการภาครัฐสู่ดิจิทัล เปิดตัวโครงการพัฒนาระบบออกใบอนุญาตและหนังสือรับรองสินค้าน้ำตาลทราย เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window (NSW) เปลี่ยนจากการใช้เอกสารและติดต่อหลายหน่วยงานเป็นการให้บริการออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว
ระบบใหม่รองรับการขึ้นทะเบียน ยื่นคำขอใบอนุญาต และติดตามสถานะผ่าน Single Submission/Single Form พร้อมเชื่อมฐานข้อมูลภาครัฐ ทั้งข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและข้อมูลบุคคลจากกรมการปกครอง ผ่าน i-Industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงยืนยันตัวตนผ่าน Thai ID ช่วยลดการกรอกข้อมูลซ้ำและการยื่นเอกสารประกอบ
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงซอฟต์แวร์ ebMS เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพิ่มความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลทางการค้า พร้อมใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่อดิจิทัล และพัฒนาระบบ API กลางเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและหน่วยงานอื่นผ่าน Thai NSW มุ่งลดเวลา ขั้นตอน และต้นทุนของผู้ประกอบการ
ด้านนายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สอน. กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายกำลังปรับวิสัยทัศน์สู่การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพึ่งพาตนเอง หลังภาครัฐสนับสนุนอุตสาหกรรมในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาแล้วกว่า 36,000 ล้านบาท โดยต้องปรับกลไกช่วยเหลือเกษตรกรให้สอดคล้องกับข้อจำกัดทางการคลัง หลัง ครม. มีมติไม่สนับสนุนเงินอุดหนุนโดยตรงตามปริมาณผลผลิต ประกอบกับติดเงื่อนไขมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
สำหรับเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสดฤดู 2568/2569 อัตรา 69 บาทต่อตัน วงเงิน 7,081 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงบประมาณและเตรียมเสนอ ครม. คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ภายใน 2 เดือน ส่วนเงินอีก 51 บาทต่อตันอยู่ระหว่างหาแหล่งเงินเพิ่มเติม โดยคณะกรรมการเห็นชอบในหลักการให้พิจารณาใช้เงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย
“ฤดูการผลิต 2569/2570 คาดว่าไทยจะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 97.02 ล้านตัน ลดลงจาก 105.86 ล้านตันในฤดูก่อน ขณะที่ราคาน้ำตาลโลกฟื้นขึ้นมาใกล้ 21 เซนต์ต่อปอนด์ จากปีก่อนที่ 16.98 เซนต์ต่อปอนด์ เนื่องจากภัยแล้งและอินเดียลดการส่งออก ทำให้มีโอกาสเห็นราคาอ้อยขั้นต้นขยับเข้าใกล้ 1,000 บาทต่อตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 890 บาทต่อตัน”
ส่วนการลดอ้อยเผา นอกจากเป้าหมายควบคุมการรับอ้อยเผารายวันไม่เกิน 15% และภาพรวมทั้งปีไม่เกิน 5% แล้ว ยังเตรียมหยุดตัดและขนส่งอ้อยเข้าโรงงาน 7 วัน ระหว่าง 27 ธ.ค.-2 ม.ค. เพื่ออำนวยความสะดวกช่วงปีใหม่
อย่างไรก็ตาม สอน.ย้ำว่าการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและกระบวนการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันของไทย ซึ่งส่งออกน้ำตาลประมาณ 80% ของผลผลิตทั้งหมด และต้องเตรียมรับมือกติกาการค้าสากลที่เข้มงวดขึ้น