ตลท.ปรับเกณฑ์จัดกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีให้ทันธุรกิจยุคใหม่ แยกโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บริการเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลออกจากหมวดเดิม หวังช่วยนักลงทุนเปรียบเทียบหุ้นและประเมินมูลค่าได้แม่นยำขึ้น พร้อมปรับกลุ่มทรัพยากรเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค มีผล 1 มี.ค.2570

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่าปัจจุบันธุรกิจเทคโนโลยีในตลาดทุนไทยมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ได้ขยายไปสู่ธุรกิจอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น ในขณะที่การจัดกลุ่มธุรกิจรูปแบบเดิมยังไม่สามารถสะท้อนความหลากหลายของธุรกิจเทคโนโลยีในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน

ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ปรับการจัด 2 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อให้สะท้อนรูปแบบธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น โดยเพิ่มหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิม 2 เป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อรองรับธุรกิจดิจิทัลที่มีความหลากหลาย

ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม บริการด้านเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร เป็น “พลังงานและสาธารณูปโภค” แบ่งเป็น 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่ เชื้อเพลิง และไฟฟ้าและสาธารณูปโภค มีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 2570

“การจัดหมวดธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นภาพและเข้าใจธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเทคโนโลยีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถค้นหาและเปรียบเทียบหุ้นไทยกับบริษัทในธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาค และยังช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถประเมินมูลค่าหุ้นโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น”

นายสรวิศกล่าวและว่า นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมรองรับบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF ด้วย

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการสนับสนุนผ่านการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหมวดธุรกิจดังกล่าวแล้ว โดยการยกระดับครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ “Empowering Market Participants” และ “Trusted Marketplace” ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ร่วมตลาด พร้อมพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความน่าเชื่อถือและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

สำหรับโครงสร้างใหม่ของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology: TECH) จะแบ่งเป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อสะท้อนลักษณะธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของบริษัทจดทะเบียน (เดิมประกอบด้วย 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่ ETRON และ ICT) ดังนี้

1. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components: ETRON) คงหมวดเดิม สำหรับผู้ผลิต ออกแบบ และจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสารกึ่งตัวนำและวงจรรวม (Chips) ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง

2. โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม (Digital Infrastructure & Telecommunication: DINFRA) สำหรับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ระบบเครือข่าย เครื่องมืออุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และผู้ให้บริการรับส่ง ประมวลผล หรือจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล

3. บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Services & Solutions: TECHSS) สำหรับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี Hardware และ/หรือ Software รวมถึงการรับจ้างและบริหารจัดการระบบ การบำรุงรักษา และการสนับสนุนเทคนิคที่เกี่ยวข้อง

4. ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี (Technology Products & Digital Platform: TECHDP) สำหรับผู้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญาบนผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการดิจิทัล ซอฟต์แวร์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (SaaS) แพลตฟอร์ม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech)

พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (Resources: RESOURC) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY) เพื่อให้สะท้อนลักษณะธุรกิจได้ชัดเจนสอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่

1. เชื้อเพลิง (Oil, Gas & Fuels: FUEL) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติและเชื้อเพลิง ทั้งผู้ผลิต สำรวจ ขุดเจาะ กลั่น จำหน่าย ตลอดจนผู้ให้บริการขนส่ง คลังสินค้า ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก

2. ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค (Power & Utilities: POWERUT) สำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทุกรูปแบบ น้ำดิบและน้ำประปา รวมถึงผู้ให้บริการสาธารณูปโภคต่อสาธารณะ เช่น ไฟฟ้า ประปา
โดยยกเลิกหมวดเหมืองแร่ (MINE) ที่ไม่มีบริษัทในธุรกิจนี้จดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน

หลังจากการปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมในครั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม 30 หมวดธุรกิจ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวทางจะทบทวนการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัทจดทะเบียนเป็นระยะในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในตลาดทุน

ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถติดตามรายชื่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจที่ปรับปรุงใหม่ได้ภายในเดือนก.พ. 2570 (ก่อนการปรับโครงสร้างจะมีผลวันที่ 1 มี.ค. 2570) ที่ www.set.or.th

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน