นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า 44 ปี ที่ผ่านมา กทพ. มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยปัจจุบัน กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษแล้ว 7 สายทาง รวมระยะทางทางพิเศษที่เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 224.6 กิโลเมตร ปัจจุบันมีผู้ใช้ทางพิเศษ เฉลี่ยวันละกว่า 1.8 ล้านเที่ยว สูงสุดถึงวันละ 2.1 ล้านเที่ยว และมียอดผู้ใช้บัตร Easy Pass แล้วกว่า 1.2 ล้านบัตร

ณรงค์ เขียดเดช

ณรงค์ เขียดเดช

กทพ. มีโครงการเร่งด่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ,โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ช่วงจากแยกเกษตรศาสตร์ ไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชและทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือ Motorway, โครงการปรับปรุงทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ที่เพิ่งเปิดให้บริการกับทางพิเศษศรีรัชเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการเดินทางเชื่อมต่อไปทางด้านทิศเหนือ รวมถึงโครงการทางพิเศษในต่างจังหวัดโครงการแรก คือ โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง ในจังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้ กทพ. ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี โครงการทางพิเศษอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา โครงการทางพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่ และโครงการทางพิเศษในจังหวัดขอนแก่น อีกทั้งยังได้วางแผนโครงการทางพิเศษเพื่อรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเตรียมพร้อมกับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียนเพื่อให้ประเทศไทยได้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของรัฐบาลอีกด้วย

ยังเตรียมทีจะการจัดพื้นที่ในเขตทางพิเศษเพื่อทำสวนสาธารณะ ลานกีฬาเส้นทางลัด การมอบพื้นที่ใต้ทางพิเศษบริเวณใต้ทางพิเศษอุรุพงษ์แก่สำนักราชเลขาธิการ เพื่อจัดสร้างลานกีฬาพัฒน์ และมอบพื้นที่ใต้ทางพิเศษฉลองรัช บริเวณรามอินทราให้แก่กระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดทำศูนย์กระจายสินค้าโอทอป ทั้งนี้ การทางพิเศษฯ ได้มอบพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ไปแล้วกว่า 300,000 ตารางวา อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน