นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมหารือร่วมระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)ส่วนกลาง และคณะกรรมการ กรอ.กลุ่มภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ระหว่างการลงพื้นที่ จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้กระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางเด่นชัย-เชียงรายให้ออกมาโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สำคัญ โดยเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางที่ต้องใช้งบประมาณลงทุนสูงเพราะต้องผ่านอุโมงค์หลายจุด รวมถึงได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาเส้นทาง R3A จากประเทศไทยผ่าน สปป.ลาว ไปยังประเทศจีนเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว

ประเด็นสำคัญที่นายกรัฐมนตรีได้หารือกับเอกชนครั้งนี้ คือการขอความร่วมมือเอกชนในการเข้ามาร่วมกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนการลงทุนผ่านกลุ่มจังหวัด ซึ่งจะส่งผลถึงแนวทางการทำงานของ กรอ. ที่เดิมจะเน้นการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาของจังหวัดหลัก แต่หลังจากนี้ขอให้เอกชนไปร่วมกับกลุ่มจังหวัดในการคิดโครงการที่จะลงทุนผ่านกลุ่มจังหวัด โดยรัฐบาลจะได้หางบประมาณเข้ามาเสริมต่อไป ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากการผันงบประมาณที่ลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาทของปี 2560 ที่ไม่สามารถทำสัญญาผูกพันได้ทันภายใน31 ธ.ค.นี้

ในวันที่ 30 พ.ย. นี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เอกชน ภาคประชาชน และมหาวิทยาลัย ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อชี้แจงแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะมุ่งเน้นการลงทุนผ่านกลุ่มจังหวัดในระยะต่อไป ซึ่งแนวทางนี้จะสามารถสร้างความเติบโตจากภายในได้ ซึ่งประเทศที่ผลักดันการเติบโตโดยแนวทางนี้สำเร็จหลายประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้

“วันที่ 30 พ.ย. จะเป็นการเคาะโครงการประชารัฐสร้างไทย ซึ่งก็คือโครงการประชารัฐ แต่จะเป็นส่วนที่เป็นความร่วมมือเพื่อลงทุนผ่านกลุ่มจังหวัดมีแผนการจัดการที่จัดเจน ซึ่งปีที่แล้วนโยบายเป็นแนวที่เติมในส่วนที่ขาดมากกว่า แต่ระยะต่อไปจะเป็นการรีฟอร์มเศรษฐกิจผ่านกลุ่มจังหวัด ไม่เฉพาะด้านเศรษฐกิจแต่มีด้านสังคมด้วย เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในจากการลงทุนในพื้นที่” นายสมคิด กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน