นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาในช่วงโค้งสุดของปีนี้ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย หรือช็อปช่วยชาติ ที่รัฐบาลเตรียมกำลังจะมาตรการออกมาโดยให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการในช่วงปลายปี 2559 มาหักลดหย่อนภาษีได้ มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงปลายปีได้อย่างมาก เห็นได้จากการออกมาตรการช็อปช่วยชาติเมื่อปลายปีที่แล้วกระตุ้นการจับจ่ายของศูนย์การค้าเซ็นทรัลในทุกสาขาได้อย่างชัดเจน และเพิ่มยอดขายได้ถึง 20-30% และในปีนี้คาดว่าจะกระตุ้นยอดขายไม่ต่ำกว่า 20-30%
ประกอบกับในช่วงปลายปีคาดการณ์ว่าภาคค้าปลีกจะกลับมาคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลของการจับจ่ายใช้สอย และเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจำนวนมาก พร้อมกันนี้บริษัทเองได้ใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท จัดแคมเปญส่งท้ายปีในชื่อ ไลท์เทิ่น อัพ ทูเกเตอร์” จัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข โดยตกแต่งศูนย์การค้าด้วยดวงไฟกว่า 10 ล้านดวงในทุกสาขา ส่วนกิจกรรมเคาน์ดาวน์ส่งท้ายปีและต้อนรับปีใหม่ในวันส่งท้ายปี วันที่ 31 ธ.ค.ได้ปรับรูปแบบใหม่นำแนวแสงเทียนแห่งสยามมาใช้เพื่อให้สอดรับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเคาน์ดาวน์ด้วยการจุดเทียน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจุดประกายพลังใจของคนไทยทั้งหมดให้เกิดแรงบันดาลใจนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นแนวทางหลักในการดำชีวิตและส่งต่อคนรุ่นต่อไป
นอกจากนี้ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษปลายปี ลุ้นรับรางวัล อาทิ ลุ้นรับโชค เมื่อซื้อครบ 1,000 บาท คืน 10,000 บาท ซื้อ 10,000 บาทคืน 1 แสนบาท ซื้อครบ 5,000 บาท รับฟรีกระเป๋าผ้าดีดี และข้าวกล้องดอยจากโครงการหลวง เป็นต้น ตั้งแต่ 10 ธ.ค.2559-15 ม.ค.2560 คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีให้มียอดขายเพิ่ม 30% และยอดคนเข้ามาใช้บริการเพิ่มประมาณ 30% โดยเฉพาะในคืนวันเคาน์ดาวน์วันที่ 31 ธ.ค.ในสถานที่จัดงานเคาน์ดาวน์หลักที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ น่าจะมีผู้เข้าร่วมงานเคาน์ดาวน์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอยู่ที่ 1-2 แสนคน